Guest Posting คืออะไร? วิธีทำ Guest Post และเลือกเว็บไซต์ให้เหมาะกับ SEO

Guest Posting หรือ Guest Blogging เป็นวิธีเผยแพร่บทความในฐานะผู้เขียนรับเชิญบนเว็บไซต์ของบุคคลหรือองค์กรอื่น โดยบทความอาจระบุชื่อผู้เขียน แบรนด์ ประวัติผู้เชี่ยวชาญ หรือเชื่อมโยงกลับมายังแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ของผู้เขียน
หลายธุรกิจนำ Guest Posting มาใช้เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ เข้าถึงผู้อ่านกลุ่มใหม่ แสดงความเชี่ยวชาญ และสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ส่วนการได้รับ Backlink ถือเป็นประโยชน์อีกด้านหนึ่ง แต่ไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการทำ Guest Post
Guest Posting ที่มีคุณภาพจึงไม่ใช่การเขียนบทความทั่วไปแล้วนำไปลงเว็บไซต์จำนวนมาก แต่เป็นกระบวนการที่ต้องเลือกเว็บไซต์ให้ตรงกลุ่ม วางหัวข้อที่มีประโยชน์ สร้างเนื้อหาต้นฉบับ และใช้ลิงก์อย่างเป็นธรรมชาติ
หากมุ่งสร้างบทความจำนวนมากเพื่อแทรกลิงก์ที่ใช้คีย์เวิร์ดซ้ำ หรือจ่ายเงินเพื่อให้ได้ลิงก์ที่ส่งสัญญาณการจัดอันดับโดยไม่ระบุความสัมพันธ์อย่างเหมาะสม กลยุทธ์ดังกล่าวอาจเข้าข่าย Link Spam ตามนโยบายของ Google
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ Guest Posting คืออะไร เหมาะกับเว็บไซต์แบบไหน วิธีเลือกเว็บไซต์ ขั้นตอนติดต่อและส่งบทความ การใช้ Anchor Text การตรวจสอบคุณภาพลิงก์ ตลอดจนความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยง
หัวข้อ
Guest Posting คืออะไร?
Guest Posting คือการที่บุคคลหรือแบรนด์จัดทำบทความเพื่อนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์อื่นในฐานะผู้เขียนรับเชิญ โดยเจ้าของเว็บไซต์ปลายทางจะเป็นผู้พิจารณาหัวข้อ ตรวจสอบเนื้อหา แก้ไข และอนุมัติการเผยแพร่
บทความ Guest Post ที่ดีควรให้คุณค่าแก่ผู้อ่านของเว็บไซต์ปลายทางก่อน เช่น
- ให้ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง
- อธิบายปัญหาที่ผู้อ่านกำลังค้นหา
- นำเสนอข้อมูลจากประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญ
- มีตัวอย่าง กรณีศึกษา หรือขั้นตอนปฏิบัติ
- เชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม
- ไม่เขียนขึ้นเพื่อโฆษณาสินค้าหรือแทรกลิงก์เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น บริษัทรับออกแบบเว็บไซต์อาจเขียนบทความเรื่อง “Checklist ก่อนปรับปรุงเว็บไซต์องค์กร” ให้เว็บไซต์ด้านธุรกิจ ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีอาจเขียนเรื่อง “เอกสารที่บริษัทเปิดใหม่ควรเตรียมก่อนปิดงบ” ให้เว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการ
ทั้งสองกรณีมีความเกี่ยวข้องระหว่างผู้เขียน เว็บไซต์ที่เผยแพร่ และกลุ่มผู้อ่าน จึงเป็นรูปแบบที่มีโอกาสสร้างคุณค่ามากกว่าการนำบทความไปลงเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
Guest Posting ต่างจากบทความประชาสัมพันธ์อย่างไร?
Guest Posting และบทความประชาสัมพันธ์อาจมีลักษณะคล้ายกัน แต่มีวัตถุประสงค์และรูปแบบต่างกัน
| ประเด็น | Guest Posting | บทความประชาสัมพันธ์ |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | ให้ความรู้และเข้าถึงผู้อ่านใหม่ | ประกาศข่าวหรือส่งเสริมแบรนด์ |
| ลักษณะเนื้อหา | บทความเชิงความรู้หรือประสบการณ์ | ข่าวองค์กร สินค้า กิจกรรม หรือแคมเปญ |
| ผู้เขียน | ผู้เชี่ยวชาญหรือแบรนด์ภายนอก | องค์กรหรือฝ่ายประชาสัมพันธ์ |
| การกล่าวถึงแบรนด์ | กล่าวถึงเท่าที่จำเป็น | กล่าวถึงแบรนด์โดยตรงมากกว่า |
| ลิงก์ | เชื่อมไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้อง | อาจเชื่อมไปยังหน้าองค์กรหรือแคมเปญ |
| คุณค่าต่อผู้อ่าน | เน้นคำตอบหรือความรู้ | เน้นข่าวสารและข้อมูลขององค์กร |
บทความหนึ่งอาจมีทั้งลักษณะของ Guest Post และ Sponsored Content ได้ หากมีการจ่ายค่าพื้นที่หรือให้ผลประโยชน์ตอบแทน ควรเปิดเผยความสัมพันธ์และกำหนดคุณสมบัติของลิงก์ให้เหมาะสม
Guest Posting มีประโยชน์อย่างไร?
1. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่
การเผยแพร่บทความบนเว็บไซต์ที่มีกลุ่มผู้อ่านตรงกับธุรกิจ ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้ที่อาจยังไม่รู้จักเว็บไซต์ของคุณมาก่อน
ผลลัพธ์จะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อเว็บไซต์ปลายทางมีผู้อ่านจริง และหัวข้อของบทความตรงกับความสนใจของคนกลุ่มนั้น
2. สร้างความน่าเชื่อถือในสาขาที่เกี่ยวข้อง
บทความที่แสดงความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองเฉพาะทาง ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญด้านใด
การระบุชื่อผู้เขียน ประวัติย่อ ประสบการณ์ และแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้ ยังช่วยทำให้เนื้อหามีความโปร่งใสมากขึ้น
3. สร้างการรับรู้แบรนด์
แม้ผู้อ่านจะไม่ได้คลิกลิงก์ทันที แต่การพบชื่อผู้เขียนหรือชื่อแบรนด์ในเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือสามารถช่วยเพิ่มการจดจำได้
ดังนั้น การวัดผล Guest Posting ไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวน Backlink แต่ควรดูการมองเห็น การกล่าวถึงแบรนด์ Referral Traffic และการตอบสนองของผู้อ่านด้วย
4. สร้าง Referral Traffic
หากบทความสามารถตอบคำถามของผู้อ่านและมีลิงก์ไปยังข้อมูลต่อเนื่องที่มีประโยชน์ ผู้อ่านบางส่วนอาจคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ของผู้เขียน
ทราฟฟิกประเภทนี้มีโอกาสมีคุณภาพเมื่อแหล่งที่มา เนื้อหา และหน้าปลายทางสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน
5. สร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ในอุตสาหกรรม
Guest Posting เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างผู้เขียน บรรณาธิการ เจ้าของเว็บไซต์ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน
ความสัมพันธ์เหล่านี้อาจต่อยอดไปสู่การสัมภาษณ์ งานสัมมนา การทำวิจัยร่วมกัน หรือการร่วมผลิตเนื้อหาในรูปแบบอื่น
6. ได้รับลิงก์จากเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ปลายทางอาจอนุญาตให้ใส่ลิงก์ไปยังประวัติผู้เขียน หน้าแบรนด์ หรือแหล่งข้อมูลที่ช่วยขยายความในบทความ
อย่างไรก็ตาม ลิงก์ควรมีเหตุผลต่อผู้อ่าน ไม่ควรบังคับใส่คีย์เวิร์ด และไม่ควรถือว่าการมีลิงก์จากทุกเว็บไซต์จะช่วยเพิ่มอันดับโดยอัตโนมัติ
Guest Posting เหมาะกับเว็บไซต์แบบไหน?
Guest Posting สามารถใช้ได้กับเว็บไซต์หลายประเภท แต่เหมาะเป็นพิเศษกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหรือความเชี่ยวชาญซึ่งสามารถนำไปแบ่งปันกับผู้อ่านกลุ่มอื่นได้
เว็บไซต์ธุรกิจและบริการ
ธุรกิจที่ให้บริการสามารถใช้ Guest Posting แสดงความรู้และตอบข้อสงสัยก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจ เช่น
- บริษัทรับทำเว็บไซต์
- บริษัทการตลาดออนไลน์
- สำนักงานบัญชี
- บริษัทก่อสร้าง
- คลินิกและธุรกิจสุขภาพ
- บริษัทที่ปรึกษา
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- ธุรกิจด้านกฎหมาย
เนื้อหาควรให้ความรู้มากกว่าการขายบริการโดยตรง
เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
ร้านค้าออนไลน์สามารถเขียนบทความแนะนำการเลือกสินค้า การใช้งาน การดูแล หรือการเปรียบเทียบประเภทสินค้า แล้วเชื่อมไปยังคู่มือที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ของตน
ไม่ควรใช้ Guest Post เป็นเพียงหน้ารวมลิงก์สินค้า เพราะเนื้อหาเช่นนั้นมักให้คุณค่าแก่ผู้อ่านน้อย
เว็บไซต์ใหม่ที่ต้องการสร้างการรับรู้
เว็บไซต์ใหม่อาจใช้ Guest Posting เพื่อแนะนำความเชี่ยวชาญและเข้าถึงชุมชนที่มีอยู่แล้ว แต่ควรเริ่มจากการสร้างเนื้อหาคุณภาพบนเว็บไซต์ของตัวเองให้เพียงพอก่อน
เมื่อผู้อ่านคลิกกลับมายังเว็บไซต์ ควรมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและต่อเนื่องรองรับ ไม่ใช่มีเพียงหน้าเสนอขายบริการ
เว็บไซต์เฉพาะทางหรือ Niche Website
เว็บไซต์ที่เจาะกลุ่มเฉพาะสามารถทำ Guest Posting ได้ดี เพราะสามารถเลือกเว็บไซต์ที่มีผู้ชมใกล้เคียงกันได้ชัดเจน เช่น เทคโนโลยี การเงิน การศึกษา รถยนต์ อาหาร สุขภาพ หรือการท่องเที่ยว
ความเกี่ยวข้องของหัวข้อและกลุ่มผู้อ่านมักสำคัญกว่าการพิจารณาค่าตัวเลข Authority เพียงค่าเดียว
เว็บไซต์ที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือข้อมูลต้นฉบับ
เว็บไซต์ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ผลสำรวจ กรณีศึกษา ข้อมูลภายใน หรือประสบการณ์จริง มีโอกาสสร้าง Guest Post ที่แตกต่างจากบทความทั่วไปได้ง่ายกว่า
ข้อมูลต้นฉบับยังเพิ่มโอกาสที่เนื้อหาจะถูกอ้างถึงหรือแชร์ต่อโดยธรรมชาติ
เว็บไซต์แบบใดอาจยังไม่พร้อมทำ Guest Posting?
บางเว็บไซต์ควรพัฒนาพื้นฐานให้พร้อมก่อนเริ่มทำ Guest Posting เช่น
- เว็บไซต์ยังไม่มีเนื้อหาหลักที่อธิบายสินค้า บริการ หรือความเชี่ยวชาญ
- หน้าเว็บไซต์เปิดช้า ใช้งานบนมือถือยาก หรือมีปัญหาทางเทคนิค
- ไม่มีข้อมูลผู้เขียน องค์กร ช่องทางติดต่อ หรือนโยบายสำคัญ
- เนื้อหาภายในเว็บไซต์ส่วนใหญ่สั้น ซ้ำ หรือสร้างขึ้นเพื่อจับคีย์เวิร์ดเท่านั้น
- หน้าที่ต้องการให้ลิงก์เข้าไม่มีข้อมูลที่ช่วยผู้อ่านเพิ่มเติม
- ต้องการทำ Guest Post จำนวนมากโดยไม่มีทรัพยากรตรวจสอบคุณภาพ
Guest Posting ไม่สามารถทดแทนเว็บไซต์ที่ขาดคุณภาพได้ หากหน้าปลายทางไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้ ต่อให้ได้รับผู้เข้าชมจากเว็บไซต์อื่นก็อาจไม่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ
วิธีเลือกเว็บไซต์สำหรับ Guest Posting
การเลือกเว็บไซต์เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดขั้นตอนหนึ่ง ไม่ควรเลือกจากค่า Domain Authority, Domain Rating หรือจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
ค่าจากเครื่องมือ SEO เป็นข้อมูลประมาณการของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่ใช่คะแนนที่ Google ใช้โดยตรง จึงควรใช้ประกอบกับการตรวจสอบด้านอื่น
1. ตรวจสอบความเกี่ยวข้องของหัวข้อ
เริ่มจากพิจารณาว่าเว็บไซต์ปลายทางมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจ หัวข้อ หรือกลุ่มเป้าหมายของคุณหรือไม่
ตัวอย่างความเกี่ยวข้องที่เหมาะสม:
- บริษัทออกแบบเว็บไซต์ลงบทความในเว็บไซต์ธุรกิจหรือเทคโนโลยี
- นักบัญชีลงบทความในเว็บไซต์สำหรับผู้ประกอบการ
- ผู้เชี่ยวชาญรถยนต์ลงบทความในเว็บไซต์ยานยนต์
- นักกายภาพบำบัดลงบทความในเว็บไซต์สุขภาพที่มีมาตรฐานการตรวจสอบเนื้อหา
ไม่จำเป็นต้องเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ในหมวดเดียวกันทุกประการ แต่ควรอธิบายได้ว่าผู้อ่านของเว็บไซต์นั้นจะได้รับประโยชน์จากบทความอย่างไร
2. ตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาเดิม
อ่านบทความที่เผยแพร่ล่าสุดหลายหน้า แล้วพิจารณาว่าเว็บไซต์มีมาตรฐานด้านเนื้อหาหรือไม่ เช่น
- เนื้อหามีประโยชน์และอ่านรู้เรื่อง
- มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง
- ระบุผู้เขียนหรือผู้ตรวจสอบ
- ไม่คัดลอกเนื้อหาจากแหล่งอื่น
- ไม่ใช้หัวข้อเกินจริงเพื่อดึงคลิก
- ไม่เต็มไปด้วยบทความขายลิงก์
- มีการปรับปรุงเนื้อหาเมื่อข้อมูลเปลี่ยน
- มีแหล่งอ้างอิงในหัวข้อที่ต้องการความแม่นยำ
เว็บไซต์ที่มีค่าตัวเลขสูงแต่เต็มไปด้วยเนื้อหาคุณภาพต่ำ อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี
3. ตรวจสอบกลุ่มผู้อ่านและทราฟฟิก
ควรพิจารณาว่าเว็บไซต์มีผู้อ่านจริงหรือไม่ และผู้อ่านเหล่านั้นตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือเปล่า
ข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบได้ ได้แก่
- ประเภทบทความที่ได้รับความนิยม
- การแสดงความคิดเห็นหรือแชร์
- ความเคลื่อนไหวในช่องทางโซเชียล
- ความสม่ำเสมอในการเผยแพร่
- คีย์เวิร์ดที่เว็บไซต์มีอันดับ
- ประเทศหรือภาษาของกลุ่มผู้เข้าชม
- Referral Traffic ที่ได้รับหลังบทความเผยแพร่
ตัวเลขทราฟฟิกจากเครื่องมือภายนอกเป็นเพียงค่าประมาณ จึงไม่ควรใช้ตัดสินเพียงอย่างเดียว
4. ตรวจสอบประวัติและความโปร่งใสของเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีข้อมูลพื้นฐานที่ตรวจสอบได้ เช่น
- หน้าเกี่ยวกับเรา
- ช่องทางติดต่อ
- ชื่อองค์กรหรือผู้รับผิดชอบ
- นโยบายความเป็นส่วนตัว
- เงื่อนไขการใช้งาน
- นโยบายบรรณาธิการหรือแนวทางผู้เขียน
- การเปิดเผย Sponsored Content
ควรระวังเว็บไซต์ที่ไม่มีตัวตนชัดเจน เปลี่ยนหัวข้อไปมาหลายอุตสาหกรรม หรือเผยแพร่บทความจากผู้สนับสนุนเกือบทั้งหมด
5. ตรวจสอบโปรไฟล์ลิงก์และลิงก์ขาออก
ตรวจดูว่าเว็บไซต์ได้รับลิงก์จากแหล่งใดและเชื่อมออกไปหาเว็บไซต์ประเภทไหน
สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่
- เชื่อมออกไปยังเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
- บทความแทบทุกหน้ามี Exact-match Anchor Text
- มีบทความหลากหลายภาษาหรือหลายประเทศโดยไม่มีทิศทาง
- มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเสี่ยงจำนวนมาก
- มีหน้าใหม่จำนวนมากที่สร้างขึ้นเพื่อขาย Guest Post
- ลิงก์ขาออกส่วนใหญ่ชี้ไปยังหน้าขายสินค้าโดยไม่มีบริบท
การมีลิงก์ขาออกจำนวนมากไม่ใช่ปัญหาเสมอไป แต่ต้องดูความเกี่ยวข้องและวัตถุประสงค์ของลิงก์เหล่านั้น
6. ตรวจสอบประวัติของโดเมน
โดเมนบางแห่งอาจเคยใช้ทำเว็บไซต์ประเภทอื่น ก่อนถูกนำมาสร้างเว็บไซต์เผยแพร่บทความและขายลิงก์
ควรตรวจสอบว่า
- หัวข้อปัจจุบันสอดคล้องกับประวัติเดิมหรือไม่
- เว็บไซต์เคยหยุดใช้งานเป็นเวลานานหรือไม่
- มีการเปลี่ยนภาษาและอุตสาหกรรมอย่างผิดปกติหรือไม่
- บทความเก่าหายไปแล้วถูกแทนด้วยเนื้อหาใหม่ทั้งหมดหรือไม่
- แบรนด์และผู้ดูแลเว็บไซต์มีความต่อเนื่องหรือไม่
เว็บไซต์ที่เปลี่ยนหัวข้อโดยไม่มีเหตุผลชัดเจนอาจไม่ได้มีฐานผู้อ่านตามที่กล่าวอ้าง
7. ตรวจสอบนโยบาย Guest Post
อ่านข้อกำหนดของเว็บไซต์ก่อนติดต่อ เช่น
- รับหัวข้อประเภทใด
- กำหนดจำนวนคำหรือไม่
- อนุญาตลิงก์กี่ลิงก์
- มีการแก้ไขบทความหรือไม่
- เปิดเผยว่าเป็นบทความผู้สนับสนุนหรือไม่
- ใช้
rel="sponsored"หรือrel="nofollow"กับลิงก์เชิงพาณิชย์หรือไม่ - สามารถระบุชื่อผู้เขียนและประวัติได้หรือไม่
- มีค่าธรรมเนียมในการเผยแพร่หรือไม่
- เจ้าของเว็บไซต์สามารถนำบทความออกภายหลังได้หรือไม่
ข้อตกลงที่ชัดเจนช่วยลดปัญหาหลังเผยแพร่

ตารางประเมินเว็บไซต์ก่อนทำ Guest Post
| ปัจจัย | คำถามที่ควรตรวจสอบ | ระดับความสำคัญ |
|---|---|---|
| ความเกี่ยวข้อง | ผู้อ่านเว็บไซต์สนใจหัวข้อนี้จริงหรือไม่ | สูงมาก |
| คุณภาพเนื้อหา | บทความเดิมมีประโยชน์และตรวจสอบได้หรือไม่ | สูงมาก |
| ผู้อ่านจริง | เว็บไซต์มี Engagement หรือทราฟฟิกที่สมเหตุสมผลหรือไม่ | สูง |
| ความโปร่งใส | มีข้อมูลเจ้าของ ผู้เขียน และช่องทางติดต่อหรือไม่ | สูง |
| ลิงก์ขาออก | เว็บไซต์เชื่อมไปยังแหล่งที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือหรือไม่ | สูง |
| ประวัติโดเมน | หัวข้อและตัวตนของเว็บไซต์มีความต่อเนื่องหรือไม่ | กลาง–สูง |
| SEO Metrics | ค่าจากเครื่องมืออยู่ในระดับสมเหตุสมผลหรือไม่ | กลาง |
| ค่าใช้จ่าย | เงื่อนไขและสิ่งที่ได้รับมีความชัดเจนหรือไม่ | กลาง |
ขั้นตอนการทำ Guest Posting อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเป้าหมาย
กำหนดก่อนว่าต้องการผลลัพธ์อะไร เช่น
- สร้างการรับรู้แบรนด์
- แสดงความเชี่ยวชาญ
- เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
- สร้าง Referral Traffic
- ประชาสัมพันธ์งานวิจัยหรือกรณีศึกษา
- สร้างความสัมพันธ์กับสื่อหรือเว็บไซต์ในอุตสาหกรรม
ไม่ควรกำหนดเป้าหมายเพียงว่า “ต้องได้ Dofollow Backlink จำนวนมาก” เพราะอาจทำให้เลือกเว็บไซต์และหัวข้อผิดทิศทาง
ขั้นตอนที่ 2 ค้นหาเว็บไซต์เป้าหมาย
ค้นหาเว็บไซต์ที่มีหัวข้อและผู้อ่านเกี่ยวข้องกับธุรกิจ จากนั้นจัดทำรายชื่อพร้อมข้อมูลสำคัญ เช่น
- ชื่อเว็บไซต์
- หมวดเนื้อหา
- กลุ่มผู้อ่าน
- ตัวอย่างบทความที่เกี่ยวข้อง
- ชื่อบรรณาธิการหรือผู้ดูแล
- ช่องทางติดต่อ
- นโยบาย Guest Post
- คุณสมบัติของลิงก์
- ค่าใช้จ่าย หากมี
- สถานะการติดต่อ
ควรเน้นรายชื่อที่มีคุณภาพมากกว่าการรวบรวมเว็บไซต์จำนวนมากโดยไม่คัดกรอง
ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาเนื้อหาของเว็บไซต์
ก่อนเสนอหัวข้อ ควรอ่านบทความล่าสุดและบทความยอดนิยม เพื่อทำความเข้าใจว่า
- เว็บไซต์ใช้โทนภาษาแบบใด
- ผู้อ่านมีระดับความรู้ประมาณไหน
- มีหัวข้อใดเผยแพร่ไปแล้ว
- เนื้อหาประเภทใดได้รับความสนใจ
- เว็บไซต์ชอบบทความ How-to, List, Case Study หรือ Opinion
- มีช่องว่างของเนื้อหาใดที่เราสามารถเติมเต็มได้
การศึกษาก่อนติดต่อทำให้ข้อเสนอเฉพาะเจาะจงและน่าเชื่อถือขึ้น
ขั้นตอนที่ 4 เสนอหัวข้อที่มีประโยชน์
ควรเสนอประมาณ 2–3 หัวข้อ พร้อมอธิบายสั้น ๆ ว่าแต่ละหัวข้อช่วยผู้อ่านอย่างไร
หัวข้อที่ดีควร
- สอดคล้องกับเว็บไซต์
- ยังไม่ซ้ำกับบทความเดิม
- มีขอบเขตชัดเจน
- ตอบคำถามที่ผู้อ่านสนใจ
- เชื่อมโยงกับความเชี่ยวชาญของผู้เขียน
- ไม่เป็นหัวข้อโฆษณาโดยตรง
ตัวอย่าง:
- Checklist 12 ข้อก่อนปรับโครงสร้างเว็บไซต์องค์กร
- ข้อผิดพลาดด้าน UX ที่ทำให้ผู้ใช้มือถือออกจากเว็บไซต์
- วิธีเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาทำเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 5 ติดต่อเว็บไซต์อย่างเป็นส่วนตัว
ข้อความติดต่อควรสั้น ชัดเจน และแสดงให้เห็นว่าได้ศึกษเว็บไซต์นั้นจริง
องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
- แนะนำตัวและความเชี่ยวชาญ
- กล่าวถึงบทความหรือหมวดที่เกี่ยวข้อง
- เสนอหัวข้อที่เหมาะกับผู้อ่าน
- อธิบายสิ่งที่บทความจะครอบคลุม
- แนบตัวอย่างผลงานที่เกี่ยวข้อง
- สอบถามข้อกำหนดของผู้เขียน
- ไม่กดดันให้ตอบหรือรับบทความ
หลีกเลี่ยงการส่งข้อความเดียวกันไปยังเว็บไซต์จำนวนมาก เพราะข้อความมักดูไม่จริงใจและมีอัตราตอบกลับต่ำ
ขั้นตอนที่ 6 เขียนบทความต้นฉบับ
เมื่อหัวข้อได้รับอนุมัติ ให้เขียนบทความใหม่สำหรับเว็บไซต์นั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรคัดลอกบทความจากเว็บไซต์ของตัวเองหรือส่งบทความเดียวกันให้หลายเว็บไซต์
บทความควรมี
- บทนำที่อธิบายปัญหา
- โครงสร้างหัวข้อชัดเจน
- ข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- ตัวอย่างหรือประสบการณ์จริง
- ขั้นตอนที่นำไปใช้ได้
- แหล่งอ้างอิง
- รูปภาพหรือแผนภาพที่มีสิทธิ์ใช้งาน
- บทสรุปที่ตอบประเด็นหลัก
- ประวัติผู้เขียนที่โปร่งใส
ขั้นตอนที่ 7 ใส่ลิงก์เท่าที่จำเป็น
ลิงก์ทุกลิงก์ควรช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลเพิ่มขึ้น เช่น เชื่อมไปยัง
- งานวิจัย
- เอกสารอ้างอิง
- คู่มือที่อธิบายรายละเอียด
- เครื่องมือที่กล่าวถึง
- กรณีศึกษาต้นฉบับ
- หน้าประวัติผู้เขียนหรือองค์กร
ไม่ควรแทรกลิงก์ไปยังหน้าขายบริการหลายจุด หรือเปลี่ยนประโยคเพื่อบังคับใช้คีย์เวิร์ดเป็น Anchor Text
ขั้นตอนที่ 8 ส่งบทความและแก้ไขตามข้อเสนอแนะ
ควรส่งบทความในรูปแบบที่เว็บไซต์กำหนด พร้อมข้อมูลประกอบ เช่น
- ชื่อบทความ
- เนื้อหาฉบับสมบูรณ์
- รูปภาพและเครดิต
- ประวัติผู้เขียน
- รูปโปรไฟล์
- แหล่งอ้างอิง
- ลิงก์ที่ต้องการเสนอ
- คำชี้แจงความสัมพันธ์ทางการค้า หากมี
เปิดรับการแก้ไขจากบรรณาธิการ เพราะเว็บไซต์ปลายทางย่อมเข้าใจกลุ่มผู้อ่านและมาตรฐานของตนเอง
ขั้นตอนที่ 9 ตรวจสอบหลังเผยแพร่
หลังบทความเผยแพร่ ควรตรวจสอบว่า
- ชื่อผู้เขียนถูกต้อง
- เนื้อหาไม่ตกหล่น
- ลิงก์ชี้ไปยังหน้าที่ถูกต้อง
- ลิงก์เปิดใช้งานได้
- รูปภาพแสดงผลตามปกติ
- มีการเปิดเผย Sponsored Content ตามข้อตกลง
- คุณสมบัติ
relของลิงก์เป็นไปตามลักษณะความสัมพันธ์ - หน้าไม่ได้ตั้งค่า
noindexโดยไม่ตั้งใจ
จากนั้นติดตามผลเป็นระยะ โดยไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอันดับทุกวัน
วิธีใช้ Anchor Text ใน Guest Posting
Anchor Text คือข้อความที่ผู้ใช้คลิกเพื่อเปิดลิงก์ ข้อความดังกล่าวควรอธิบายปลายทางได้อย่างกระชับและเป็นธรรมชาติ
ประเภทของ Anchor Text
| ประเภท | ตัวอย่าง |
|---|---|
| ชื่อแบรนด์ | Devil Backlink |
| URL | devilbacklink.com |
| คำทั่วไป | อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม |
| คำอธิบายหัวข้อ | คู่มือการตรวจสอบคุณภาพ Backlink |
| Partial Match | วิธีวิเคราะห์ Backlink สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ |
| Exact Match | รับทำ Backlink |
ไม่ควรตีความว่าต้องกำหนดสัดส่วน Anchor Text แบบตายตัว เพราะลิงก์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติย่อมมีรูปแบบแตกต่างกันตามบริบท
หลักการใช้ Anchor Text
- ใช้ข้อความที่อธิบายหน้าปลายทางจริง
- เขียนให้สอดคล้องกับประโยครอบข้าง
- หลีกเลี่ยงการยัดคีย์เวิร์ด
- ไม่ใช้ Exact Match ซ้ำจำนวนมาก
- ไม่ใช้ข้อความหลอกให้คลิก
- ไม่เชื่อมทุกลิงก์ไปยังหน้าขาย
- กระจายลิงก์ไปยังข้อมูลที่มีประโยชน์ตามความเหมาะสม
- เคารพการตัดสินใจของบรรณาธิการ
ตัวอย่างที่เป็นธรรมชาติ:
“ก่อนเริ่มแคมเปญ ควรตรวจสอบทั้งแหล่งที่มาของลิงก์ ความเกี่ยวข้อง และหน้าปลายทาง โดยสามารถศึกษาหลักการเพิ่มเติมจากคู่มือการวิเคราะห์ Backlink”
ตัวอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง:
“หากต้องการอันดับดีให้คลิกบริการรับทำ Backlink ราคาถูก Backlink คุณภาพสูงที่นี่”
ประโยคหลังเน้นการขายและยัดคีย์เวิร์ดมากเกินไป รวมถึงอาจไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้อ่าน
Dofollow, Nofollow และ Sponsored เกี่ยวข้องอย่างไร?
คำว่า Dofollow มักใช้เรียกลิงก์ปกติที่ไม่มีค่า rel เพื่อจำกัดความสัมพันธ์ ส่วนลิงก์ประเภทอื่นสามารถกำหนดค่าได้ เช่น
rel="sponsored"
ใช้กับลิงก์ที่เกิดจากโฆษณา การสนับสนุน การจ่ายเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนในรูปแบบอื่น
rel="nofollow"
ใช้เมื่อไม่ต้องการเชื่อมโยงความน่าเชื่อถือไปยังหน้าปลายทาง หรือเมื่อค่าอื่นไม่เหมาะสม
rel="ugc"
ใช้กับลิงก์ในเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น เช่น ความคิดเห็น กระทู้ หรือโพสต์ในชุมชน
หากมีการซื้อพื้นที่ Guest Post หรือให้ผลประโยชน์ตอบแทน การกำหนด rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" เป็นแนวทางที่ปลอดภัยกว่า การซื้อบทความไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อควรได้รับลิงก์ปกติที่ส่งสัญญาณการจัดอันดับเสมอไป
วิธีตรวจสอบคุณภาพลิงก์หลังเผยแพร่
ตรวจสอบหน้าที่เผยแพร่จริง
บทความควรอยู่บน URL ที่เปิดให้ผู้ใช้และ Search Engine เข้าถึงได้ตามปกติ ไม่ถูกซ่อนไว้ในหน้าที่หาไม่พบจากโครงสร้างเว็บไซต์
ตรวจสอบความเกี่ยวข้องของบริบท
อ่านข้อความรอบลิงก์ว่ามีความหมายต่อเนื่องหรือไม่ ลิงก์ที่แทรกในประโยคที่ไม่เกี่ยวข้องมักดูไม่เป็นธรรมชาติ
ตรวจสอบหน้าปลายทาง
หน้าปลายทางควร
- เปิดใช้งานได้
- ตอบโจทย์ข้อความ Anchor Text
- มีเนื้อหาที่ให้ข้อมูลต่อเนื่อง
- ใช้งานบนมือถือได้
- ไม่มี Redirect หลายทอด
- ไม่เปลี่ยนเป็นหน้าขายที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลัง
ตรวจสอบคุณสมบัติของลิงก์
ตรวจดู Source Code หรือใช้เครื่องมือตรวจสอบลิงก์ เพื่อดูว่ามีการกำหนด sponsored, nofollow หรือค่าอื่นตามข้อตกลงหรือไม่
ตรวจสอบ Referral Traffic
ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เว็บไซต์เพื่อตรวจดูว่ามีผู้ใช้เข้ามาจากบทความหรือไม่ รวมถึงพฤติกรรมหลังเข้าสู่เว็บไซต์ เช่น
- จำนวน Session
- Engagement
- หน้าที่เปิดต่อ
- การส่งแบบฟอร์ม
- การสมัครรับข่าวสาร
- Conversion ที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรสรุปว่าบทความไม่มีคุณภาพเพียงเพราะไม่ได้ส่งทราฟฟิกจำนวนมาก เพราะบางบทความอาจช่วยด้านการรับรู้แบรนด์หรือความน่าเชื่อถือมากกว่า
ความเสี่ยงและสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
Google ไม่ได้ห้ามบทความผู้เขียนรับเชิญโดยทั่วไป ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อมีการทำบทความจำนวนมากเพื่อควบคุมสัญญาณลิงก์หรืออันดับเป็นหลัก
1. ซื้อ Guest Post เพื่อเอา Dofollow Link เท่านั้น
การจ่ายเงินไม่ใช่ปัญหาในตัวเอง หากเป็นการซื้อโฆษณาหรือพื้นที่สนับสนุนที่เปิดเผยอย่างเหมาะสม แต่การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ลิงก์ปกติที่มีจุดประสงค์ควบคุมอันดับอาจขัดกับนโยบายสแปม
2. ทำ Guest Post จำนวนมากในระยะเวลาสั้น
การผลิตบทความจำนวนมากด้วยโครงสร้างคล้ายกัน แล้วเผยแพร่บนเว็บไซต์หลายแห่งเพื่อสร้างลิงก์ อาจมีลักษณะเป็น Large-scale Article Campaign
ควรเน้นจำนวนที่ทีมสามารถตรวจสอบคุณภาพได้จริง
3. ใช้ Exact-match Anchor Text ซ้ำ
การบังคับใช้คีย์เวิร์ดเดียวกันในลิงก์จำนวนมากทำให้รูปแบบลิงก์ดูไม่เป็นธรรมชาติ และอาจทำให้ข้อความอ่านติดขัด
4. เลือกเว็บไซต์จาก Authority เพียงอย่างเดียว
เว็บไซต์อาจมีค่าจากเครื่องมือสูง แต่ไม่มีผู้อ่านจริง เนื้อหาไม่เกี่ยวข้อง หรือมีประวัติผิดปกติ
ความเกี่ยวข้อง คุณภาพ และกลุ่มผู้อ่านควรมาก่อนคะแนนจากเครื่องมือ
5. ใช้เนื้อหาซ้ำหรือปรับคำเพียงเล็กน้อย
การส่งบทความเดียวกันไปหลายเว็บไซต์ไม่ช่วยสร้างคุณค่าเฉพาะแก่ผู้อ่าน และอาจทำให้ชื่อเสียงของผู้เขียนเสียหาย
6. ใช้ AI ผลิตบทความจำนวนมากโดยไม่ตรวจสอบ
เครื่องมือ AI สามารถช่วยวางโครงสร้างหรือปรับภาษาได้ แต่ผู้เขียนยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เพิ่มประสบการณ์จริง ลบข้อมูลที่คลุมเครือ และปรับบทความให้เหมาะกับผู้อ่านของเว็บไซต์นั้น
7. เลือกเว็บไซต์ที่รับทุกหัวข้อ
เว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาตั้งแต่สุขภาพ การเงิน คาสิโน สินเชื่อ เทคโนโลยี ไปจนถึงสินค้าโดยไม่มีทิศทาง อาจสร้างขึ้นเพื่อขายพื้นที่มากกว่าสร้างชุมชนผู้อ่าน
8. ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ทางการค้า
หากมีค่าจ้าง ของฟรี ส่วนลด หรือผลประโยชน์อื่น ควรเปิดเผยให้เว็บไซต์และผู้อ่านทราบตามความเหมาะสม
9. รับประกันอันดับจากจำนวน Guest Post
ไม่มีผู้ให้บริการรายใดรับประกันอันดับจาก Backlink หรือ Guest Post ได้อย่างน่าเชื่อถือ เพราะการจัดอันดับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย และ Google ไม่รับประกันว่าหน้าใดจะถูกจัดทำดัชนีหรือแสดงในผลการค้นหา
Checklist ก่อนซื้อ แลก หรือส่ง Guest Post
ตรวจสอบเว็บไซต์
- หัวข้อเว็บไซต์เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
- กลุ่มผู้อ่านตรงกับเป้าหมาย
- บทความเดิมมีคุณภาพ
- มีข้อมูลเจ้าของหรือผู้รับผิดชอบ
- มีช่องทางติดต่อชัดเจน
- ไม่มีบทความขายลิงก์มากผิดปกติ
- ลิงก์ขาออกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
- ประวัติโดเมนมีความต่อเนื่อง
- มีทราฟฟิกหรือ Engagement ที่สมเหตุสมผล
- ไม่เลือกจากค่า Authority เพียงค่าเดียว
ตรวจสอบข้อตกลง
- เว็บไซต์อนุมัติหัวข้อก่อนเขียน
- ระบุจำนวนคำและรูปแบบบทความ
- ระบุจำนวนลิงก์ที่อนุญาต
- ทราบว่าลิงก์จะใช้ค่า
relแบบใด - เปิดเผยค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์
- ระบุสิทธิ์ในการแก้ไขเนื้อหา
- ทราบว่าบทความจะอยู่บนเว็บไซต์นานเท่าใด
- มีช่องทางติดต่อเมื่อพบลิงก์เสีย
- ไม่มีการรับประกันอันดับที่เกินจริง
ตรวจสอบบทความ
- เป็นเนื้อหาต้นฉบับ
- เขียนให้เหมาะกับผู้อ่านของเว็บไซต์
- มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้
- มีตัวอย่างหรือรายละเอียดที่นำไปใช้ได้
- ไม่โฆษณาแบรนด์มากเกินไป
- Anchor Text อ่านเป็นธรรมชาติ
- ลิงก์ทุกลิงก์มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน
- รูปภาพมีสิทธิ์ใช้งาน
- ระบุผู้เขียนและประสบการณ์จริง
- ตรวจภาษาและข้อเท็จจริงก่อนส่ง
ตรวจสอบหลังเผยแพร่
- URL เปิดใช้งานได้
- ชื่อและประวัติผู้เขียนถูกต้อง
- เนื้อหาไม่ตกหล่น
- ลิงก์ชี้ไปยังหน้าที่ถูกต้อง
- Anchor Text ตรงตามบริบท
- คุณสมบัติ
relเป็นไปตามข้อตกลง - มีการเปิดเผย Sponsored Content หากเกี่ยวข้อง
- หน้าแสดงผลได้ดีบนมือถือ
- บันทึกวันที่เผยแพร่และข้อมูลติดต่อ
- ติดตาม Referral Traffic และผลลัพธ์จริง
วิธีวัดผล Guest Posting
การวัดผลควรสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
| เป้าหมาย | ตัวชี้วัดที่เหมาะสม |
|---|---|
| การรับรู้แบรนด์ | Impression, การค้นหาชื่อแบรนด์, การกล่าวถึง |
| Referral Traffic | Session และผู้ใช้จากเว็บไซต์ที่เผยแพร่ |
| Engagement | เวลาอ่าน หน้าเข้าชมต่อ และการตอบสนอง |
| Lead Generation | แบบฟอร์ม การโทร หรือข้อความสอบถาม |
| Thought Leadership | คำเชิญสัมภาษณ์ การอ้างอิง และการแชร์ |
| SEO | การค้นพบหน้า การเติบโตของทราฟฟิก และภาพรวมอันดับ |
| ความสัมพันธ์ | โอกาสร่วมงานหรือเผยแพร่เนื้อหาครั้งต่อไป |
ควรแยกผลจาก Guest Post แต่ละเว็บไซต์ เพื่อดูว่าเว็บไซต์ประเภทใด หัวข้อใด และรูปแบบใดสร้างผลลัพธ์ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Guest Posting
Guest Posting ช่วยให้เว็บไซต์ติดอันดับหรือไม่?
Guest Posting อาจช่วยเพิ่มการมองเห็น Referral Traffic การกล่าวถึงแบรนด์ และการค้นพบเนื้อหา แต่ไม่สามารถรับประกันอันดับได้ การจัดอันดับขึ้นอยู่กับคุณภาพเว็บไซต์ เนื้อหา ความเกี่ยวข้อง ประสบการณ์ผู้ใช้ และสัญญาณอื่นอีกหลายด้าน
Guest Posting ต้องเสียเงินหรือไม่?
ไม่จำเป็น บางเว็บไซต์เปิดรับบทความจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่บางแห่งเรียกเก็บค่าบรรณาธิการหรือค่าพื้นที่ หากมีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ ควรเปิดเผยและกำหนดลิงก์ด้วย sponsored หรือ nofollow ตามความเหมาะสม
ควรใส่ลิงก์กี่ลิงก์ในหนึ่งบทความ?
ไม่มีจำนวนตายตัว ควรใส่เท่าที่จำเป็นต่อผู้อ่านและเป็นไปตามนโยบายของเว็บไซต์ ลิงก์หนึ่งลิงก์ที่เกี่ยวข้องและมีประโยชน์อาจดีกว่าหลายลิงก์ที่แทรกเพื่อ SEO
ควรใช้ Exact-match Anchor Text หรือไม่?
ใช้ได้เมื่อข้อความนั้นเหมาะกับประโยคและอธิบายหน้าปลายทางจริง แต่ไม่ควรบังคับใช้หรือใช้ข้อความเดียวกันซ้ำในหลายเว็บไซต์ ชื่อแบรนด์ URL และข้อความอธิบายตามธรรมชาติมักอ่านง่ายกว่า
เว็บไซต์ที่มีค่า DA หรือ DR สูงดีที่สุดหรือไม่?
ไม่เสมอไป DA และ DR เป็นค่าจากเครื่องมือภายนอก ควรพิจารณาความเกี่ยวข้อง คุณภาพเนื้อหา ผู้อ่านจริง ประวัติโดเมน และลิงก์ขาออกร่วมด้วย
สามารถส่งบทความเดียวกันให้หลายเว็บไซต์ได้หรือไม่?
ไม่แนะนำ ควรสร้างบทความต้นฉบับให้เหมาะกับเว็บไซต์และผู้อ่านแต่ละแห่ง หากต้องเผยแพร่เนื้อหาแบบ Syndication ควรตกลงวิธีระบุแหล่งต้นฉบับและการจัดการด้านเทคนิคกับผู้เผยแพร่ให้ชัดเจน
Guest Posting กับการซื้อ Backlink เหมือนกันหรือไม่?
ไม่เหมือนกันเสมอไป Guest Posting ที่แท้จริงมุ่งเผยแพร่ความรู้แก่ผู้อ่าน ส่วนการซื้อ Backlink มุ่งซื้อสิทธิ์ในการวางลิงก์ หากมีค่าตอบแทน ลิงก์ควรถูกกำหนดและเปิดเผยในลักษณะที่เหมาะสม
ควรทำ Guest Posting บ่อยแค่ไหน?
ไม่มีความถี่ตายตัว ควรทำเท่าที่สามารถรักษาคุณภาพและความเกี่ยวข้องได้ การเผยแพร่บทความคุณภาพบนเว็บไซต์ที่เหมาะสมเป็นครั้งคราว ดีกว่าการเร่งสร้างบทความจำนวนมากเพื่อให้ได้ลิงก์
สรุป
Guest Posting เป็นกลยุทธ์การเผยแพร่บทความบนเว็บไซต์อื่น เพื่อแบ่งปันความรู้ เข้าถึงผู้อ่านใหม่ สร้างความน่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงผู้อ่านไปยังแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวน Backlink แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียน เนื้อหา เว็บไซต์ที่เผยแพร่ และประโยชน์ที่ผู้อ่านได้รับ
ก่อนทำ Guest Posting ควรตรวจสอบความเกี่ยวข้อง คุณภาพเนื้อหา กลุ่มผู้อ่าน ความโปร่งใส ประวัติโดเมน และรูปแบบลิงก์ให้ครบถ้วน เนื้อหาควรเป็นต้นฉบับ มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และไม่ใช้ Anchor Text เพื่อบังคับคีย์เวิร์ด
หาก Guest Post มีค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ทางการค้า ควรเปิดเผยความสัมพันธ์และใช้ rel="sponsored" หรือ rel="nofollow" ตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้การเผยแพร่เนื้อหาที่ควรสร้างคุณค่ากลายเป็นแคมเปญลิงก์ที่มีความเสี่ยงต่อเว็บไซต์
ติดต่อเรา
หากคุณสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ WordPress, SEO, Backlink, Google Maps SEO, Local SEO เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต
- Facebook : Devil Backlink
- LINE : Devil Backlink
- เว็บไซต์ : www.devilbacklink.com
- แผนที่ : Devil Backlink
