สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง? Checklist ก่อนเริ่มทำเว็บให้พร้อมใช้งานจริง

การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อโดเมน เลือกเทมเพลต แล้วนำข้อมูลบริษัทขึ้นหน้าเว็บเท่านั้น หากต้องการให้เว็บไซต์ใช้งานได้จริง รองรับลูกค้า ทำการตลาด และสามารถพัฒนาต่อในระยะยาว จำเป็นต้องเตรียมองค์ประกอบหลายด้านตั้งแต่ก่อนเริ่มสร้าง
ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์บริษัท เว็บไซต์ขายสินค้า เว็บไซต์บริการ Blog หรือ Landing Page สิ่งพื้นฐานที่ต้องวางแผนมีตั้งแต่ Domain, Hosting, ระบบเว็บไซต์, โครงสร้างหน้า, Content, Design, Security, SEO ไปจนถึงระบบวัดผล
การเตรียมสิ่งเหล่านี้ให้ครบก่อนเริ่มงานช่วยลดปัญหาแก้เว็บไซต์ซ้ำ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และทำให้ทีมออกแบบ นักพัฒนา รวมถึงเจ้าของธุรกิจทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่า สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง ต้องเตรียมข้อมูลอะไร และควรวางแผนอย่างไรก่อนเปิดเว็บไซต์จริง
หัวข้อ
สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง?
หากสรุปองค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์ทั่วไป จะมีอย่างน้อยดังนี้
- เป้าหมายของเว็บไซต์
- Domain Name
- Hosting หรือ Server
- ระบบสำหรับสร้างเว็บไซต์
- โครงสร้างเว็บไซต์
- หน้าเว็บไซต์ที่จำเป็น
- เนื้อหา
- รูปภาพและสื่อ
- Design และ Branding
- Responsive Design
- SSL และ Security
- SEO
- ระบบติดต่อ
- Analytics
- Backup และ Maintenance
แต่ละองค์ประกอบเกี่ยวข้องกัน หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง เว็บไซต์อาจเปิดใช้งานได้แต่ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว
1. ต้องรู้ก่อนว่าสร้างเว็บไซต์เพื่ออะไร
สิ่งแรกที่ควรตอบให้ได้ก่อนเริ่มสร้างเว็บไซต์คือ
เว็บไซต์นี้มีเป้าหมายอะไร?
ตัวอย่างเช่น
- แนะนำบริษัท
- สร้าง Leads
- รับลูกค้าจาก Google
- ขายสินค้าออนไลน์
- รับจองบริการ
- สร้าง Portfolio
- ให้ข้อมูล
- สร้างฐาน Content
- รองรับ Online Marketing
เป้าหมายที่แตกต่างกันทำให้โครงสร้างเว็บไซต์แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น
เว็บไซต์บริษัทบริการอาจต้องมี
- Homepage
- Services
- About
- Portfolio
- Blog
- Contact
แต่ร้านค้าออนไลน์อาจต้องเพิ่ม
- Product
- Product Category
- Cart
- Checkout
- Customer Account
การกำหนดเป้าหมายก่อนช่วยลดปัญหาสร้างเว็บไซต์เสร็จแล้วจึงพบว่าไม่มีระบบที่ธุรกิจต้องใช้งานจริง
2. Domain Name
Domain คือชื่อที่ผู้ใช้งานใช้เข้าถึงเว็บไซต์ เช่น
example.com
Domain เปรียบเหมือนที่อยู่ของเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต
การเลือก Domain ควรพิจารณา
- อ่านง่าย
- จำง่าย
- พิมพ์ง่าย
- ไม่ยาวเกินไป
- สอดคล้องกับ Brand
- ไม่คล้ายคู่แข่งจนสับสน
- เลือกนามสกุลเหมาะกับธุรกิจ
ตัวอย่างนามสกุลที่พบบ่อย เช่น
.com.co.th.net.org
สำหรับธุรกิจที่วางแผนทำเว็บไซต์ระยะยาว Domain ควรถูกจดในชื่อหรือ Account ที่ธุรกิจสามารถควบคุมได้เอง
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Domain คืออะไร
3. Hosting หรือ Server
เมื่อมี Domain แล้ว ต้องมีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์เว็บไซต์ Database รูปภาพ และข้อมูลต่าง ๆ
พื้นที่ดังกล่าวเรียกว่า Hosting หรือ Server
คุณภาพ Hosting มีผลต่อหลายด้าน เช่น
- ความเร็ว
- Stability
- Security
- Backup
- จำนวนผู้เข้าชมที่รองรับได้
- ประสิทธิภาพของเว็บไซต์
เว็บไซต์บริษัทเล็กและร้าน E-commerce ขนาดใหญ่ไม่จำเป็นต้องใช้ Hosting Spec เดียวกัน
ก่อนเลือกควรประเมิน
- จำนวนหน้า
- Traffic
- จำนวนสินค้า
- CMS
- Storage
- Server Location
- Backup
- Support
- SSL
ไม่ควรเลือก Hosting จากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว เพราะหาก Server ช้าหรือมีปัญหาบ่อยจะกระทบทั้งผู้ใช้งานและการทำ SEO
4. ระบบสำหรับสร้างเว็บไซต์
เว็บไซต์ต้องมีระบบหรือ Technology Stack สำหรับจัดการหน้าเว็บ
ธุรกิจทั่วไปนิยมใช้ CMS เพราะเจ้าของเว็บไซต์สามารถเพิ่มหรือแก้ไข Content ได้โดยไม่ต้องเขียน Code ทุกครั้ง
หนึ่งในระบบที่ได้รับความนิยมคือ WordPress
WordPress สามารถใช้ทำ
- เว็บไซต์บริษัท
- Blog
- Portfolio
- Landing Page
- Membership
- E-commerce
ได้
หากต้องการระบบร้านค้า สามารถเพิ่ม WooCommerce เพื่อจัดการ Product, Cart, Checkout และ Order
นอกจาก WordPress ยังมีทางเลือกอื่น เช่น
- Shopify
- Webflow
- Wix
- Joomla
- Custom Development
การเลือกระบบควรพิจารณาจากความต้องการจริง ไม่ใช่เลือกเพราะเป็น Platform ที่กำลังนิยม
5. โครงสร้างเว็บไซต์
โครงสร้างเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ควรวางก่อนเริ่มออกแบบ
ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัท
Homepage
→ About
→ Services
→ Service A
→ Service B
→ Service C
→ Portfolio
→ Blog
→ Contact
โครงสร้างที่ดีช่วยให้
- ผู้ใช้หาข้อมูลได้ง่าย
- เมนูไม่สับสน
- Search Engine Crawl เว็บไซต์ได้ง่าย
- Internal Link เป็นระบบ
- สามารถขยาย Content ในอนาคตได้
หากทำเว็บไซต์โดยสร้างหน้าไปเรื่อย ๆ โดยไม่มี Architecture อาจเกิดปัญหา
- URL ซ้ำ
- Topic ซ้ำ
- หน้าสำคัญอยู่ลึกเกินไป
- Internal Link กระจัดกระจาย
- Keyword Cannibalization
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ โครงสร้างเว็บไซต์คืออะไร
6. หน้าเว็บไซต์ที่จำเป็น
จำนวนหน้าแตกต่างตามธุรกิจ แต่เว็บไซต์บริษัททั่วไปควรพิจารณาหน้าเหล่านี้
หน้าแรก
อธิบายให้ผู้ใช้เข้าใจอย่างรวดเร็วว่า
- ธุรกิจคือใคร
- ทำอะไร
- เหมาะกับใคร
- แตกต่างอย่างไร
- ต้องติดต่ออย่างไร
เกี่ยวกับเรา
ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
สามารถใส่
- ประวัติ
- ทีมงาน
- ประสบการณ์
- Mission
- Vision
- Certification
ตามความเหมาะสม
หน้าบริการ
แต่ละบริการสำคัญควรมีหน้าของตัวเอง
แทนที่จะรวมทุกบริการไว้ในหน้าเดียวสั้น ๆ
เพราะช่วยทั้งผู้ใช้และ SEO
Portfolio หรือผลงาน
เหมาะกับธุรกิจบริการ เช่น
- Design
- Construction
- Marketing
- Website Development
- Photography
Blog หรือบทความ
ใช้สร้าง Content Marketing และ Organic Traffic
Contact
ควรมีข้อมูลติดต่อชัดเจน เช่น
- เบอร์โทร
- LINE
- Social Media
- Form
- ที่ตั้ง
Privacy Policy
เว็บไซต์ที่มีการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานควรมีนโยบายความเป็นส่วนตัวอย่างเหมาะสมกับข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
7. Content
เว็บไซต์ที่สวยแต่ไม่มี Content ที่ดีอาจไม่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้
ก่อนเริ่มทำเว็บควรเตรียมข้อมูล เช่น
- ชื่อธุรกิจ
- Description
- จุดเด่น
- Services
- ราคา
- ขั้นตอนการทำงาน
- FAQ
- Contact
- Portfolio
- Testimonials
Content ควรตอบคำถามที่ลูกค้าต้องการรู้ ไม่ใช่เขียนเฉพาะสิ่งที่บริษัทอยากบอก
ตัวอย่าง
แทนที่จะเขียนเพียง
“เราคือบริษัทชั้นนำที่ให้บริการคุณภาพ”
ควรบอกให้ชัดกว่าเดิมว่า
- ให้บริการอะไร
- ราคาเริ่มต้นเท่าไร
- พื้นที่ไหน
- ใช้เวลากี่วัน
- ลูกค้าต้องเตรียมอะไร
ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยเพิ่มโอกาส Conversion ได้มากกว่าคำโฆษณาทั่วไป
8. รูปภาพและสื่อ
เว็บไซต์ต้องมี Visual Content เช่น
- Logo
- Hero Image
- Product Image
- Portfolio
- Team Photo
- Video
- Icon
ควรเลือกภาพที่
- ชัด
- ขนาดเหมาะสม
- สอดคล้องกับ Brand
- มีสิทธิ์ใช้งาน
- ไม่ใหญ่เกินความจำเป็น
ไฟล์ภาพใหญ่เกินไปอาจทำให้ Page Speed ลดลง
จึงควร Resize และ Compress ก่อนอัปโหลด
รวมถึงใช้ Image Format ที่เหมาะสม เช่น
- JPEG
- PNG
- WebP
- SVG
ตามประเภทของภาพ
9. Logo และ Branding
ก่อนออกแบบเว็บไซต์ควรมี Brand Guideline ขั้นพื้นฐาน เช่น
- Logo
- Primary Color
- Secondary Color
- Font
- Tone of Voice
- Style ของภาพ
หากไม่มี Branding เลย แต่เริ่มออกแบบทีละหน้า เว็บไซต์อาจเกิดปัญหา
- สีไม่ตรงกัน
- Font หลายแบบ
- Button ไม่เหมือนกัน
- Visual Style กระจัดกระจาย
Design System เล็ก ๆ ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เว็บไซต์มีความสม่ำเสมอมากขึ้น
10. UX และ UI Design
UI คือสิ่งที่ผู้ใช้งานมองเห็น
UX คือประสบการณ์ในการใช้งานโดยรวม
เว็บไซต์ที่ดีควรทำให้ผู้ใช้รู้ได้ว่า
- อยู่หน้าไหน
- ต้องคลิกอะไรต่อ
- ข้อมูลสำคัญอยู่ตรงไหน
- ติดต่ออย่างไร
ตัวอย่างองค์ประกอบพื้นฐาน
- Navigation ชัดเจน
- Button มองเห็นง่าย
- Font อ่านง่าย
- Contrast เหมาะสม
- White Space เพียงพอ
- Form ไม่ซับซ้อนเกินไป
เว็บไซต์ไม่ควรออกแบบเพื่อความสวยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้งานง่ายด้วย
11. Responsive Design
ผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าถึงเว็บไซต์ผ่าน Smartphone
เว็บไซต์จึงควรรองรับ
- Desktop
- Tablet
- Mobile
ไม่ใช่เพียงย่อหน้า Desktop ให้เล็กลง
ต้องตรวจสอบองค์ประกอบ เช่น
- Menu
- Button
- Font
- Form
- Image
- Table
- Popup
ว่าสามารถใช้งานบนหน้าจอเล็กได้จริง
12. SSL Certificate
เว็บไซต์ควรใช้ HTTPS
URL ควรเป็นลักษณะ
ไม่ใช่
http://example.com
SSL ช่วยเข้ารหัสข้อมูลระหว่าง Browser และ Server
มีความสำคัญเป็นพิเศษกับเว็บไซต์ที่มี
- Login
- Form
- Payment
- Customer Data
Hosting จำนวนมากมี SSL ฟรี เช่น Let’s Encrypt
แต่หลังติดตั้งต้องตรวจสอบว่าเว็บไซต์ Redirect จาก HTTP ไป HTTPS ถูกต้องด้วย
13. ระบบ Security
SSL เพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เว็บไซต์ปลอดภัยทั้งหมด
เว็บไซต์ควรมีมาตรการอื่น เช่น
- Update CMS
- Update Plugin
- Update Theme
- Strong Password
- จำกัด User Permission
- Backup
- Firewall
- Malware Scan
- Login Protection
เว็บไซต์ WordPress โดยเฉพาะไม่ควรติดตั้ง Plugin หรือ Theme จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
14. SEO
หากต้องการให้เว็บไซต์มีโอกาสถูกค้นพบจาก Google ควรวาง SEO ตั้งแต่ก่อนสร้าง ไม่ใช่สร้างเว็บเสร็จแล้วค่อยคิดเรื่อง SEO
SEO ที่ควรเตรียมตั้งแต่ต้น เช่น
- Keyword Research
- Search Intent
- URL Structure
- Heading
- Internal Link
- Sitemap
- Meta Title
- Meta Description
- Canonical
- Image Alt
- Page Speed
- Mobile UX
อ่านรายละเอียดพื้นฐานได้ที่ SEO คืออะไร
ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีบริการ 5 ประเภท แต่สร้างทุกบริการอยู่หน้า Homepage หน้าเดียว การทำ SEO สำหรับ Keyword เฉพาะบริการแต่ละประเภทอาจทำได้ยากกว่าการแยก Service Page อย่างเหมาะสม
15. Keyword Research
ก่อนกำหนดชื่อหน้าและ Content ควรดูว่ากลุ่มเป้าหมายค้นหาอะไร
ตัวอย่างบริษัทรับทำเว็บไซต์
Keyword อาจประกอบด้วย
- รับทำเว็บไซต์
- รับทำเว็บไซต์ WordPress
- ราคาเว็บไซต์
- บริษัททำเว็บไซต์
- ทำเว็บไซต์บริษัท
จากนั้นวางให้แต่ละหน้ารองรับ Search Intent ที่แตกต่างกัน
ไม่ควรสร้างหลายหน้าที่ Target Keyword เดียวกันโดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจทำให้แต่ละ URL แข่งขันกันเอง
16. Internal Link
Internal Link คือลิงก์ที่เชื่อมหน้าภายในเว็บไซต์เดียวกัน
ตัวอย่าง
บทความ “สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง”
สามารถเชื่อมไปยัง
Internal Link ช่วย
- ให้ผู้ใช้ค้นหาข้อมูลต่อ
- สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง Content
- ช่วย Crawler ค้นพบหน้า
- สนับสนุน Website Architecture
แต่ควรใส่ตามบริบท ไม่จำเป็นต้องใส่ลิงก์ทุก Keyword ที่ปรากฏ
17. XML Sitemap
XML Sitemap เป็นไฟล์ที่ช่วยบอก Search Engine เกี่ยวกับ URL สำคัญของเว็บไซต์
ตัวอย่าง
example.com/sitemap_index.xml
เว็บไซต์ WordPress ที่ใช้ SEO Plugin จำนวนมากสามารถสร้าง Sitemap ได้อัตโนมัติ
หลังเปิดเว็บไซต์ควรตรวจสอบว่า Sitemap มีเฉพาะ URL ที่ต้องการ Index จริง
อ่านเพิ่มเติมที่ Sitemap คืออะไร
18. Google Search Console
หลังเว็บไซต์เปิดใช้งาน ควรเชื่อม Google Search Console
เพื่อใช้ตรวจสอบ
- Google ค้นพบ URL หรือไม่
- หน้าไหน Index
- Keyword
- Impression
- Click
- CTR
- ปัญหาการ Crawl
Search Console เป็นหนึ่งในเครื่องมือพื้นฐานที่เว็บไซต์ที่ทำ SEO ควรมี
19. Google Analytics
อีกระบบที่ควรติดตั้งคือ Google Analytics
ใช้ดูข้อมูล เช่น
- Users
- Sessions
- Landing Page
- Traffic Source
- Engagement
- Conversion
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้รู้ว่าเว็บไซต์ไม่ได้เพียงมีคนเข้า แต่ผู้ใช้งานทำสิ่งที่ธุรกิจต้องการหรือไม่
20. Conversion Tracking
เว็บไซต์ธุรกิจควรกำหนด Conversion ให้ชัด
ตัวอย่าง
- กดโทร
- คลิก LINE
- ส่ง Form
- สั่งซื้อสินค้า
- สมัครสมาชิก
- Download
- Booking
หากวัดเพียง Page View อาจไม่สามารถประเมินผลทางธุรกิจได้
21. ช่องทางติดต่อ
ผู้ใช้ไม่ควรต้องค้นหาวิธีติดต่อเป็นเวลานาน
เว็บไซต์ควรมี CTA ชัดเจน เช่น
- โทรหาเรา
- ติดต่อเรา
- ขอใบเสนอราคา
- LINE
- ส่งข้อความ
โดยเฉพาะ Service Website ควรมี CTA ในจุดที่เหมาะสมตลอดหน้า
22. Email สำหรับธุรกิจ
แทนที่จะใช้ Email ส่วนตัว เช่น
company123@gmail.com
ธุรกิจอาจใช้
contact@example.com
หรือ
sales@example.com
ช่วยให้ Brand ดูเป็นระบบมากขึ้น
ระบบ Email อาจมาจาก
- Hosting
- Google Workspace
- Microsoft 365
- Email Provider อื่น
ตามความเหมาะสม
23. Social Media
เว็บไซต์ควรเชื่อม Social Media ที่ธุรกิจใช้งานจริง
เช่น
- TikTok
- YouTube
- LINE
ไม่จำเป็นต้องใส่ทุก Platform หาก Account ไม่มีการใช้งาน
24. Backup
เว็บไซต์ควรมี Backup
อย่างน้อยควรสำรอง
- Files
- Database
และควรมี Backup หลาย Version
เพราะหากเกิด
- Plugin Error
- Hack
- Human Error
- Server Problem
จะสามารถ Restore ระบบกลับมาได้
สิ่งสำคัญคือไม่เพียงมี Backup แต่ต้องมั่นใจว่าสามารถ Restore ได้จริง
25. Maintenance
การสร้างเว็บไซต์ไม่ได้จบวันที่ Launch
หลังจากนั้นยังต้องดูแล
- Update
- Backup
- Security
- Broken Link
- Content
- SEO
- Plugin
- Performance
- Analytics
เว็บไซต์ที่ไม่ได้รับการดูแลหลายปีอาจเกิดปัญหา Security และ Compatibility ได้
Checklist ก่อนเริ่มสร้างเว็บไซต์
ก่อนส่ง Brief ให้ทีมทำเว็บ ควรเตรียมอย่างน้อย
| สิ่งที่ต้องเตรียม | ตัวอย่าง |
|---|---|
| เป้าหมาย | Lead / Sales / Branding |
| Domain | example.com |
| Hosting | WordPress Hosting |
| Logo | PNG / SVG |
| Brand Color | Primary / Secondary |
| เมนู | Home / About / Services / Blog / Contact |
| Content | ข้อมูลบริษัทและบริการ |
| รูปภาพ | Product / Team / Portfolio |
| ช่องทางติดต่อ | โทร / LINE / Email |
| Social | Facebook / IG / TikTok |
| SEO Keyword | Keyword หลักแต่ละหน้า |
| Analytics | GA4 |
| Search Console | Google Search Console |
| Conversion | Form / Call / LINE |
| Security | SSL / Backup |
| Maintenance | ผู้รับผิดชอบดูแลหลัง Launch |
ถ้าจ้างทำเว็บไซต์ ต้องเตรียมอะไรให้ผู้รับทำ?
เพื่อให้ทำงานเร็วขึ้น ควรเตรียม
ข้อมูลบริษัท
- ชื่อบริษัท
- ที่อยู่
- เบอร์โทร
- เลขทะเบียน/ข้อมูลทางธุรกิจเมื่อจำเป็น
ข้อมูลบริการ
แต่ละบริการควรมี
- ชื่อบริการ
- รายละเอียด
- ราคา
- ขั้นตอน
- FAQ
Logo
ควรมีไฟล์คุณภาพสูง
รูปภาพ
เช่น
- ทีมงาน
- สำนักงาน
- Product
- Portfolio
เว็บไซต์ตัวอย่าง
ส่งเว็บไซต์ที่ชอบ 2–5 เว็บ พร้อมบอกว่า
ชอบอะไร
เช่น
- Layout
- สี
- Menu
- Font
- Mood
จะช่วย Designer เข้าใจความต้องการได้ดีกว่าบอกว่า “เอาสวย ๆ”
ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างดี?
ขึ้นอยู่กับ Scope
ทำเองเหมาะกับ
- เว็บเล็ก
- Budget จำกัด
- มีเวลาเรียนรู้
- Function ไม่ซับซ้อน
จ้างเหมาะกับ
- เว็บไซต์ธุรกิจจริงจัง
- ต้องการ Custom Design
- มีระบบเฉพาะ
- ต้องการ SEO Structure
- ไม่มีเวลาดูแล Technical
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทำเว็บไซต์เองหรือจ้าง
สร้างเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน?
เวลาแตกต่างตาม Scope
เว็บไซต์ Landing Page อาจใช้เวลาน้อยกว่าเว็บไซต์ที่มี
- หลายภาษา
- E-commerce
- Membership
- Booking
- Custom Integration
- Content จำนวนมาก
ปัจจัยที่ทำให้งานช้าที่พบบ่อยไม่ใช่ Development อย่างเดียว แต่คือ
- Content ยังไม่พร้อม
- รูปภาพไม่มี
- แก้ Scope ระหว่างทำ
- ผู้อนุมัติหลายคน
- Feedback ช้า
ดังนั้นการเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มงานช่วยลดระยะเวลาทำเว็บไซต์ได้มาก
สร้างเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- จำนวนหน้า
- Design
- CMS
- E-commerce
- Function
- Content
- SEO
- Integration
- Maintenance
เว็บไซต์ 5 หน้าสำหรับบริษัททั่วไปกับ E-commerce 10,000 สินค้าไม่ควรมีต้นทุนเท่ากัน
สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยก่อนสร้างเว็บไซต์
ไม่มีเป้าหมาย
สร้างเพียงเพราะ “บริษัทควรมีเว็บ”
ทำให้ไม่รู้ว่าจะวัดความสำเร็จจากอะไร
ไม่วาง Sitemap
สร้างหน้าตามที่นึกออก ทำให้ Structure ซับซ้อนในอนาคต
ไม่เตรียม Content
เว็บไซต์เสร็จแต่เปิดไม่ได้เพราะไม่มีข้อความและรูป
เลือก Platform ผิด
เลือกเพราะราคาถูกหรือเพราะคนอื่นใช้ โดยไม่ได้ดู Requirement
ไม่คิดเรื่อง SEO ตั้งแต่แรก
ทำให้ต้องแก้ URL และ Structure หลังเว็บไซต์เปิดไปแล้ว
ไม่มี Backup
เมื่อเกิด Error จึงกู้ข้อมูลกลับไม่ได้
ไม่กำหนดผู้ดูแล
หลัง Launch ไม่มีใคร Update เว็บไซต์
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์
สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง?
อย่างน้อยต้องมี Domain, Hosting, ระบบเว็บไซต์, โครงสร้างหน้า, Content, Design, SSL, ช่องทางติดต่อ, SEO, Analytics, Backup และระบบดูแลหลังเปิดเว็บไซต์
ทำเว็บไซต์จำเป็นต้องมี Domain ไหม?
เว็บไซต์สาธารณะควรมี Domain ของตัวเองเพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงและจดจำได้ง่าย โดยเฉพาะเว็บไซต์ธุรกิจ
Hosting จำเป็นไหม?
จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ที่ Self-hosted เพราะเป็นพื้นที่เก็บไฟล์และ Database ส่วน Website Builder แบบ Hosted อาจรวม Hosting มาใน Package แล้ว
ต้องใช้ WordPress ไหม?
ไม่จำเป็น WordPress เป็นหนึ่งในตัวเลือก สามารถใช้ Shopify, Webflow, Wix, Joomla หรือ Custom Development ได้ตาม Requirement
เว็บไซต์ต้องมี SSL ไหม?
ควรมี เพื่อใช้ HTTPS และเข้ารหัสข้อมูลระหว่าง Browser กับ Server โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มี Form, Login หรือ Payment
ทำเว็บไซต์แล้วต้องทำ SEO เลยไหม?
หากต้องการ Organic Traffic ควรวาง SEO ตั้งแต่ขั้นตอน Structure และ Content เพราะแก้หลังเว็บไซต์เปิดแล้วอาจต้องเปลี่ยน URL หรือโครงสร้างหลายส่วน
เว็บไซต์บริษัทควรมีกี่หน้า?
ไม่มีจำนวนตายตัว แต่โดยทั่วไปควรมี Homepage, About, Service, Contact และหน้าที่จำเป็นต่อธุรกิจ ส่วน Blog, Portfolio หรือ FAQ เพิ่มตามความเหมาะสม
ต้องมี Google Analytics ไหม?
ไม่ใช่เงื่อนไขให้เว็บไซต์ทำงานได้ แต่ควรมีหากต้องการวิเคราะห์ Traffic, User Behavior และ Conversion
เว็บไซต์ต้องดูแลหลังทำเสร็จไหม?
ต้องดูแลต่อเนื่อง ทั้ง Update, Backup, Security, Content, Broken Link, Performance และ SEO
สรุป
หากถามว่า สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง คำตอบไม่ได้มีเพียง Domain และ Hosting
เว็บไซต์ที่พร้อมใช้งานจริงควรประกอบด้วย
- เป้าหมายที่ชัดเจน
- Domain
- Hosting
- CMS หรือระบบเว็บไซต์
- Website Structure
- Content
- รูปภาพ
- Branding
- Responsive Design
- SSL
- Security
- SEO
- Internal Link
- Sitemap
- Google Search Console
- Google Analytics
- Conversion Tracking
- Contact Channel
- Backup
- Maintenance
สิ่งสำคัญที่สุดคือควรวางองค์ประกอบเหล่านี้ ก่อนเริ่ม Design และ Development ให้มากที่สุด เพราะจะช่วยลดปัญหาแก้งานซ้ำ และทำให้เว็บไซต์สามารถรองรับทั้งผู้ใช้งานและเป้าหมายทางธุรกิจได้ดีกว่า
หากกำลังเริ่มวางแผนเว็บไซต์ แนะนำให้อ่านต่อที่ Website คืออะไร, Domain คืออะไร, WordPress คืออะไร และ โครงสร้างเว็บไซต์สำหรับ SEO
สำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้ WordPress เป็นระบบหลัก สามารถดูรายละเอียด บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress ของ Devil Backlink ได้
แหล่งอ้างอิง
- WordPress.org. WordPress Features. WordPress.org. https://wordpress.org/about/features/
- WordPress.org. Requirements. WordPress.org. https://wordpress.org/about/requirements/
- Google. SEO Starter Guide. Google Search Central. https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/seo-starter-guide
- Google. Search Console Documentation. Google Search Central. https://developers.google.com/search/docs/monitor-debug/search-console-start
- Google. Understand How Google Search Sees Your Pages. Google Search Central. https://developers.google.com/search/docs/crawling-indexing/overview
ติดต่อเรา
หากคุณสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ WordPress, SEO, Backlink, Google Maps SEO, Local SEO เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต
- Facebook : Devil Backlink
- LINE : Devil Backlink
- เว็บไซต์ : www.devilbacklink.com
- แผนที่ : Devil Backlink








