จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ก่อนคุยกับคนทำเว็บให้โปรเจกต์ไม่สะดุด

/
/
จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ก่อนคุยกับคนทำเว็บให้โปรเจกต์ไม่สะดุด
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ควรเริ่มจากการส่งเพียงชื่อบริษัทและบอกว่า “อยากได้เว็บสวย ๆ” เพราะเว็บไซต์ที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งเป้าหมายของธุรกิจ กลุ่มลูกค้า โครงสร้างหน้า เนื้อหา รูปภาพ Function ที่ต้องการ ไปจนถึงเรื่อง Domain, Hosting, SEO และผู้รับผิดชอบหลังเว็บไซต์เปิดใช้งาน

ยิ่งเตรียมข้อมูลก่อนเริ่มงานได้ครบ ผู้รับทำเว็บไซต์ก็ยิ่งตี Scope งาน ออกแบบโครงสร้าง ประเมินราคา และกำหนดระยะเวลาดำเนินงานได้แม่นยำขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดปัญหางานแก้หลายรอบ งบบานปลาย หรือพบภายหลังว่าเว็บไซต์ขาดระบบสำคัญ

ในทางกลับกัน หากเริ่มงานโดย Requirement ไม่ชัด อาจเกิดสถานการณ์ เช่น

  • ทำหน้าเว็บเสร็จแล้วถึงพบว่าต้องเพิ่มภาษาอังกฤษ
  • เปิดเว็บแล้วถึงรู้ว่าต้องมีระบบสมาชิก
  • ออกแบบเสร็จแล้วเพิ่งเริ่มคิด SEO
  • Domain อยู่กับคนทำเว็บและเจ้าของบริษัทเข้าไม่ได้
  • ไม่มีรูปภาพจริง ต้องใช้ Stock Photo ทั้งเว็บไซต์
  • จำนวนหน้าจาก 5 หน้าเพิ่มเป็น 30 หน้า
  • ต้องแก้ Layout หลายรอบเพราะยังไม่ได้ตกลง Style
  • เปิดเว็บแล้วไม่มีใครรู้ว่าใครต้องดูแลต่อ

บทความนี้รวบรวม Checklist ว่า จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจเตรียมข้อมูลก่อนขอใบเสนอราคาและเริ่มพัฒนาเว็บไซต์จริง

หัวข้อ

1. กำหนดเป้าหมายของเว็บไซต์ก่อน

สิ่งแรกที่ควรตอบให้ได้คือ

“ทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเพื่ออะไร?”

เพราะเป้าหมายมีผลต่อทั้ง Design, Content, Function และโครงสร้างเว็บไซต์

ตัวอย่างเป้าหมาย ได้แก่

  • สร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัท
  • ให้ลูกค้าค้นหาบริการจาก Google
  • เก็บ Lead
  • ให้ลูกค้าโทรหรือแอด LINE
  • ขายสินค้าออนไลน์
  • รับสมัครสมาชิก
  • รับจองบริการ
  • แสดงผลงาน
  • ให้ข้อมูลนักลงทุน
  • เป็น Knowledge Hub
  • รองรับการทำ SEO ระยะยาว

เว็บไซต์บริษัทที่เน้นสร้างความน่าเชื่อถือจะมีโครงสร้างต่างจากเว็บไซต์ที่เน้น Lead Generation หรือร้านค้าออนไลน์

หากยังไม่แน่ใจว่าเว็บไซต์ควรมีบทบาทอะไรกับธุรกิจ สามารถเริ่มจากบทความ Website คืออะไร เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมก่อน

2. ระบุกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์

ก่อนออกแบบเว็บไซต์ ควรรู้ว่าใครคือคนที่จะเข้ามาใช้งาน

ตัวอย่าง:

  • ลูกค้าทั่วไป
  • เจ้าของธุรกิจ
  • ฝ่ายจัดซื้อ
  • ผู้บริหาร
  • นักท่องเที่ยว
  • คนในพื้นที่
  • นักเรียน
  • ผู้ปกครอง
  • ลูกค้าต่างชาติ
  • ผู้ใช้ Mobile เป็นหลัก

ข้อมูลเหล่านี้มีผลต่อ

  • ภาษา
  • Tone of Voice
  • Font
  • Layout
  • CTA
  • Form
  • Content
  • Navigation

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ B2B อาจควรมี

  • Company Profile
  • Case Study
  • Download Brochure
  • Quotation Form

ขณะที่เว็บไซต์บริการสำหรับลูกค้าทั่วไปอาจเน้น

  • ราคา
  • รีวิว
  • ขั้นตอนบริการ
  • FAQ
  • LINE
  • โทรศัพท์

3. เตรียมรายชื่อหน้าเว็บไซต์

ก่อนขอราคาควรมี Sitemap ขั้นต้นว่าเว็บไซต์ต้องการหน้าอะไรบ้าง

ตัวอย่างเว็บไซต์บริษัท:

  1. หน้าแรก
  2. เกี่ยวกับเรา
  3. บริการ
  4. บริการ A
  5. บริการ B
  6. ผลงาน
  7. บทความ
  8. FAQ
  9. ติดต่อเรา
  10. นโยบายความเป็นส่วนตัว

การระบุว่า “อยากได้เว็บไซต์ประมาณ 10 หน้า” ยังไม่ชัดเท่าการบอกชื่อหน้าจริง

เพราะหน้าแต่ละประเภทมีงานไม่เท่ากัน

ตัวอย่าง

หน้าติดต่อเรา
อาจมีเพียงข้อมูลติดต่อและแผนที่

แต่

หน้าบริการ
อาจต้องมี Content 2,000 คำ ตารางราคา FAQ Form และ Schema

ดังนั้นควรระบุทั้งจำนวนและประเภทหน้า

สามารถอ่านแนวคิดเรื่อง โครงสร้างเว็บไซต์เพื่อ SEO เพิ่มเติมก่อนจัด Sitemap ได้

4. เตรียมข้อมูลบริษัท

ข้อมูลพื้นฐานที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ชื่อบริษัท
  • ชื่อแบรนด์
  • Logo
  • ที่อยู่
  • โทรศัพท์
  • Email
  • LINE
  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok
  • Google Maps
  • เวลาทำการ
  • เลขทะเบียนบริษัท หากต้องแสดง
  • ช่องทางติดต่ออื่น

ควรรวบรวมไว้ใน Document เดียว เพื่อป้องกันข้อมูลผิดหรือไม่ตรงกันหลายหน้า

5. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ

ผู้รับทำเว็บไซต์ควรเข้าใจว่าธุรกิจทำอะไร

ข้อมูลที่ช่วยได้ ได้แก่

  • บริษัททำอะไร
  • สินค้าหรือบริการหลัก
  • จุดเด่น
  • พื้นที่ให้บริการ
  • กลุ่มลูกค้า
  • คู่แข่ง
  • ปัญหาที่ช่วยลูกค้าแก้
  • ขั้นตอนการให้บริการ
  • ประสบการณ์
  • Certification
  • Partner
  • Award

ไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นบทความสวยงามตั้งแต่แรก

สามารถส่งเป็น Bullet Point เพื่อให้ Copywriter หรือทีมเว็บไซต์นำไปเรียบเรียงได้

6. เตรียมรายละเอียดสินค้าและบริการ

แต่ละบริการควรมีข้อมูลอย่างน้อย

  • ชื่อบริการ
  • คำอธิบาย
  • เหมาะกับใคร
  • จุดเด่น
  • ขั้นตอน
  • ราคา
  • เงื่อนไข
  • ระยะเวลา
  • พื้นที่บริการ
  • FAQ
  • CTA

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์รับทำเว็บไซต์เองอาจมี

  • เว็บไซต์บริษัท
  • WordPress
  • E-commerce
  • SEO
  • Maintenance

การแยกบริการให้ชัดช่วยทั้ง User Experience และ SEO

7. เตรียม Content

หนึ่งในสาเหตุที่โปรเจกต์เว็บไซต์ล่าช้าบ่อยคือ

เว็บไซต์เสร็จแล้ว แต่ Content ยังไม่พร้อม

ก่อนเริ่มควรตกลงว่า Content ใครเป็นผู้จัดทำ

ลูกค้าเขียนเอง

ต้องกำหนด Deadline สำหรับส่ง Content

ผู้รับทำเว็บไซต์เขียน

ต้องระบุว่า

  • รวมกี่หน้า
  • กี่คำ
  • SEO Content หรือไม่
  • Revision กี่ครั้ง

ใช้ Content เดิม

ต้องระบุว่าจะ Copy จากเว็บไซต์เก่าหรือ Rewrite

สิ่งเหล่านี้มีผลต่อราคาทำเว็บไซต์โดยตรง

หากกำลังเปรียบเทียบงบ สามารถอ่าน เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ เพิ่มเติมได้

8. เตรียมรูปภาพ

รูปภาพมีผลกับคุณภาพของเว็บไซต์อย่างมาก

ควรเตรียม เช่น

  • Logo
  • รูปบริษัท
  • รูปสำนักงาน
  • รูปทีมงาน
  • รูปสินค้า
  • รูปบริการ
  • รูปผลงาน
  • Before/After
  • รูปลูกค้า หากได้รับอนุญาต
  • Certification

ถ้าไม่มีรูปจริง อาจใช้ Stock Photo ได้ แต่ควรตกลงว่า

  • ใครเป็นผู้หา
  • ฟรีหรือเสียเงิน
  • License ใช้งานเชิงพาณิชย์ได้หรือไม่

สำหรับธุรกิจบริการ รูปจริงมักช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่าการใช้ Stock Photo ทุกหน้า

9. เตรียม Logo และ Brand Guideline

ถ้ามี Brand อยู่แล้วควรส่ง

  • Logo
  • Logo Vector
  • PNG Transparent
  • Brand Color
  • Font
  • Brand Guideline

รูปแบบไฟล์ที่มีประโยชน์ เช่น

  • SVG
  • AI
  • EPS
  • PDF
  • PNG

ไม่ควรส่ง Logo ขนาดเล็กที่ Capture มาจาก Facebook หากมีไฟล์ต้นฉบับ

หากยังไม่มี Brand Identity ควรแจ้งทีมเว็บไซต์ตั้งแต่ต้น เพราะอาจเป็นอีก Scope หนึ่ง

10. หาเว็บไซต์ตัวอย่าง

เตรียมเว็บไซต์ 3–5 เว็บที่ชอบ

แต่ไม่ควรบอกเพียง

“เอาเหมือนเว็บนี้”

ควรอธิบายว่า ชอบอะไร

ตัวอย่าง

  • ชอบ Layout
  • ชอบสี
  • ชอบ Header
  • ชอบ Menu
  • ชอบรูปแบบ Service
  • ชอบ Animation
  • ชอบความ Minimal
  • ชอบ Mobile

และควรส่งเว็บที่ “ไม่ชอบ” ด้วยหากมี

ข้อมูลนี้ช่วยให้ Designer เข้าใจ Direction ได้เร็วขึ้น

11. เตรียม Domain

Domain คือชื่อเว็บไซต์ เช่น

example.com

ถ้ามีแล้วควรเตรียม Account ที่ใช้จัดการ

ถ้ายังไม่มี ควรตัดสินใจ

  • ชื่อ Domain
  • TLD
  • ผู้รับจด
  • Account Owner

สิ่งสำคัญคือ Domain ควรอยู่ภายใต้บัญชีที่เจ้าของธุรกิจสามารถเข้าถึงได้

ไม่ควรปล่อยให้บุคคลภายนอกเป็นผู้ถือ Account เพียงคนเดียว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Domain คืออะไร

12. เตรียม Hosting

หากมี Hosting แล้ว ควรแจ้งข้อมูล เช่น

  • Provider
  • Package
  • Server
  • PHP
  • Storage
  • Control Panel

หากยังไม่มี ให้ผู้พัฒนาแนะนำตาม Requirement

อย่าเลือก Hosting จากราคาถูกที่สุดอย่างเดียว

ควรดู

  • Performance
  • Support
  • Backup
  • Security
  • Resource
  • Server Location

สำหรับ WordPress ควรใช้ Environment ที่รองรับระบบอย่างเหมาะสม

13. เลือกระบบเว็บไซต์

ควรคุยก่อนว่าจะใช้ระบบอะไร เช่น

  • WordPress
  • Website Builder
  • Shopify
  • Custom Development
  • Headless CMS

หากต้องการเว็บไซต์ธุรกิจที่แก้ไข Content และทำ SEO ได้ง่าย WordPress เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยม

แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกระบบ

ควรเลือก Technology จาก Requirement

14. ต้องการ Page Builder หรือไม่?

ถ้าใช้ WordPress อาจต้องเลือกว่าจะใช้

  • Gutenberg
  • Elementor
  • Bricks
  • Builder อื่น
  • Custom Theme

หากต้องการให้ทีม Marketing แก้ Layout เองง่าย ๆ Page Builder อาจเหมาะ

ตัวอย่างเช่น Elementor เป็น Page Builder ที่ใช้ Visual Editor

แต่การเลือก Builder ควรดู Performance และ Maintenance ร่วมด้วย

15. เตรียม Function ที่ต้องการ

นี่เป็นส่วนที่มีผลต่อราคามาก

ตัวอย่าง Function:

  • Contact Form
  • LINE
  • WhatsApp
  • Live Chat
  • Map
  • Search
  • Blog
  • Portfolio
  • Member
  • Booking
  • Payment
  • E-commerce
  • Coupon
  • Newsletter
  • Calculator
  • Filter
  • Custom Search
  • API
  • CRM
  • ERP

ควรแจ้งก่อนเริ่ม

อย่ารอให้ Design เสร็จแล้วจึงเพิ่ม

“ขอระบบ Booking อีกอย่าง”

เพราะอาจทำให้ Architecture เปลี่ยน

16. เว็บไซต์ต้องขายสินค้าไหม?

ถ้าต้องมี E-commerce ควรเตรียม

  • จำนวนสินค้า
  • Category
  • Variation
  • ราคา
  • Stock
  • Shipping
  • Payment
  • Tax
  • Coupon
  • Policy

หากใช้ WordPress สามารถพิจารณา WooCommerce ได้

ร้านค้าที่มีสินค้า 20 ชิ้นกับ 20,000 ชิ้นมี Requirement ต่างกันมาก

17. ต้องมีระบบชำระเงินหรือไม่?

ควรกำหนดว่าใช้

  • Bank Transfer
  • QR Payment
  • Credit Card
  • Payment Gateway
  • COD

หากต้องเชื่อม Gateway ต้องเตรียม

  • Merchant Account
  • API
  • Business Verification

บางระบบต้องใช้เวลาสมัครและอนุมัติ จึงควรเริ่มก่อนเว็บไซต์เสร็จ

18. ต้องมีระบบสมาชิกหรือไม่?

หากต้อง Login ควรกำหนดว่าผู้ใช้งานทำอะไรได้

เช่น

  • ดู Profile
  • Download File
  • ดู Order
  • จองบริการ
  • เรียน Course
  • ดู Content เฉพาะสมาชิก

ระบบสมาชิกเกี่ยวข้องกับ Security และ Personal Data จึงควรแจ้งตั้งแต่ต้น

19. ต้องมีระบบจองหรือไม่?

ถ้าต้อง Booking ควรกำหนด

  • จองอะไร
  • เลือกวันไหม
  • เลือกเวลาไหม
  • เลือกพนักงานไหม
  • ต้องจ่าย Deposit ไหม
  • จำกัดจำนวนคนไหม
  • Cancel ได้ไหม
  • ส่ง Email ไหม

ยิ่ง Requirement ชัด ผู้พัฒนายิ่งประเมินได้แม่น

20. ต้องทำหลายภาษาไหม?

ควรระบุตั้งแต่ต้น

ตัวอย่าง:

  • ไทย
  • อังกฤษ
  • จีน

ต้องตกลงว่า

  • ใครแปล
  • แปลทุกหน้าหรือไม่
  • URL ใช้แบบไหน
  • Menu แยกหรือไม่
  • SEO Metadata แยกหรือไม่

เว็บไซต์สองภาษาไม่ได้หมายถึงเพียงมีปุ่ม TH/EN

แต่มี Content และ SEO สองชุด

21. เตรียม Keyword ก่อนทำเว็บไซต์

ถ้าต้องทำ SEO ควรเริ่ม Keyword Research ก่อน Design เสร็จ

เพราะ Keyword มีผลต่อ

  • Sitemap
  • Service Page
  • URL
  • Navigation
  • Content
  • Internal Link

ตัวอย่าง Agency ที่ให้บริการ

SEO

ควรตัดสินใจตั้งแต่ต้นว่า

/seo/

จะเป็นหน้า Service หรือบทความ

ไม่ควรสร้างสองหน้ามาแข่งขัน Keyword เดียวกันทีหลัง

สามารถอ่าน Keyword คืออะไร และ เครื่องมือค้นหา Keyword SEO เพิ่มเติมได้

22. เตรียม SEO Structure

เว็บไซต์ใหม่ควรวาง SEO ตั้งแต่ต้น

อย่างน้อยควรคิดเรื่อง

  • Title
  • Meta Description
  • H1
  • H2
  • URL
  • Internal Link
  • Canonical
  • Sitemap
  • robots.txt
  • Schema
  • Image Alt

ถ้ารอทำภายหลัง อาจต้องย้อนกลับมาเปลี่ยน Structure

อ่านพื้นฐานเพิ่มเติมได้ที่ SEO คืออะไร

23. เตรียม URL Structure

ควรวาง URL ให้เรียบง่าย

ตัวอย่าง

example.com/services/seo/

ดีกว่า

example.com/page?id=56267

ในหลายกรณี

ไม่ควรเปลี่ยน URL บ่อยหลังเว็บไซต์เริ่มทำอันดับ

หากย้ายจากเว็บไซต์เดิม ต้องทำ URL Mapping และ Redirect อย่างเหมาะสม

24. ถ้ามีเว็บไซต์เดิม ต้องเตรียมข้อมูลอะไร?

ควรเตรียม

  • URL เว็บไซต์เดิม
  • WordPress Admin
  • Hosting
  • Domain
  • Database
  • Analytics
  • Search Console
  • Backup

และแจ้งว่า

  • หน้าไหนเก็บ
  • หน้าไหนลบ
  • หน้าไหนรวม
  • URL ไหนเปลี่ยน

อย่าลบเว็บไซต์เดิมก่อน Backup

25. ต้องทำ Redirect ไหม?

หากเปลี่ยน URL ควรวาง Redirect

ตัวอย่าง

จาก

example.com/old-service/

เป็น

example.com/services/new-service/

ควรพิจารณา 301 Redirect

เพื่อช่วยผู้ใช้งานและ Search Engine ไปยัง URL ใหม่

26. เตรียม Sitemap

Sitemap มีสองความหมายที่ควรแยก

Website Sitemap

แผนผังโครงสร้างหน้า

XML Sitemap

ไฟล์สำหรับ Search Engine

ก่อนเริ่มเว็บไซต์ควรมี Website Sitemap ก่อน

หลังเปิดเว็บจึงสร้าง XML Sitemap

สามารถอ่าน Sitemap คืออะไร เพิ่มเติมได้

27. เตรียม Google Analytics

หากต้องติดตามผู้ใช้งาน ควรเตรียม

  • Google Account
  • GA4 Property

และกำหนด Event ที่สำคัญ เช่น

  • Submit Form
  • Click Phone
  • Click LINE
  • Purchase
  • Booking

ไม่ควรติด Analytics อย่างเดียวโดยไม่กำหนด Conversion

28. เตรียม Google Search Console

หลังเปิดเว็บไซต์ควรเชื่อม Google Search Console เพื่อใช้ตรวจสอบ

  • Indexing
  • Search Queries
  • Click
  • Impression
  • Sitemap
  • Page Status
  • URL Inspection

Account ควรอยู่ภายใต้ Email ของเจ้าของธุรกิจหรือ Account กลางของบริษัท

29. เตรียม Google Tag Manager หากจำเป็น

ธุรกิจที่มี Tracking หลายระบบอาจใช้ Google Tag Manager สำหรับจัดการ Tag

เช่น

  • GA4
  • Google Ads
  • Meta Pixel
  • Conversion Event

ควรกำหนดให้ชัดว่าใครรับผิดชอบ Tracking Setup

30. เตรียม Social Media

ส่ง URL อย่างเป็นทางการของ

  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok
  • YouTube
  • LinkedIn
  • LINE
  • WhatsApp

เพื่อป้องกันทีมงานนำ Account ผิดไปใส่ในเว็บไซต์

31. เตรียม Google Maps

ถ้ามีหน้าร้านหรือสำนักงาน ควรส่ง

  • Google Maps URL
  • Google Business Profile

ไม่ควรส่งเพียงที่อยู่แล้วให้ผู้พัฒนาค้นหาเอง เพราะอาจเลือกสาขาผิด

32. เตรียมนโยบายความเป็นส่วนตัว

หากเว็บไซต์เก็บข้อมูลผู้ใช้งาน เช่น

  • ชื่อ
  • Email
  • โทรศัพท์
  • Cookie
  • IP
  • Analytics

ควรมี Privacy Policy ที่เหมาะสมกับธุรกิจ

บางเว็บไซต์อาจต้องมี

  • Cookie Policy
  • Terms and Conditions
  • Refund Policy
  • Shipping Policy

โดยเฉพาะ E-commerce

33. ระบุ CTA ของเว็บไซต์

ทุกหน้าสำคัญควรมี Next Action

เช่น

  • ติดต่อเรา
  • ขอใบเสนอราคา
  • โทรหาเรา
  • แอด LINE
  • นัดหมาย
  • ซื้อสินค้า
  • ดาวน์โหลด Catalog

CTA ช่วยให้ทีมออกแบบรู้ว่าจะจัด Layout อย่างไร

34. กำหนด Budget

การแจ้ง Budget ช่วยให้ทีมเสนอ Solution ที่อยู่ในกรอบ

ตัวอย่าง

Budget 20,000 บาท

ไม่ควรเสนอ Custom Web Application 200,000 บาท

และหาก Requirement สูงกว่า Budget ทีมงานสามารถช่วยลด Scope ได้ตั้งแต่ต้น

อ่านช่วงราคาเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่

35. กำหนด Deadline

ควรแจ้งวันที่ต้องใช้เว็บไซต์จริง

เช่น

  • เปิดบริษัท
  • งาน Event
  • Launch Product
  • เริ่ม Campaign
  • เปิดสาขา

แต่ต้องเผื่อเวลาสำหรับ

  • Content
  • Design
  • Development
  • Revision
  • Testing

Deadline ที่ชัดช่วยวางแผนงานได้ดีขึ้น

36. กำหนดผู้อนุมัติงาน

หนึ่งในสาเหตุที่งานแก้ไม่จบคือมีผู้ให้ Feedback หลายคน

ตัวอย่าง

CEO บอกสีแดง

Marketing บอกสีน้ำเงิน

Sales บอกสีเขียว

ควรกำหนดคน Final Approval

และรวบ Feedback เป็นรอบ

37. กำหนดจำนวน Revision

ควรระบุใน Proposal เช่น

  • Design 2 รอบ
  • Content 2 รอบ

หากไม่กำหนด อาจเกิดการแก้งานไม่สิ้นสุดทั้งสองฝ่าย

38. ตรวจสอบ Ownership

ก่อนจ้างต้องถามว่า

หลังจบงาน ใครเป็นเจ้าของอะไร?

ควรตรวจอย่างน้อย

รายการผู้ที่ควรเข้าถึง
Domainเจ้าของธุรกิจ
Hostingเจ้าของธุรกิจ/ทีมที่ได้รับอนุญาต
WordPress Adminเจ้าของธุรกิจ
Analyticsเจ้าของธุรกิจ
Search Consoleเจ้าของธุรกิจ
Source Filesตามสัญญา
Plugin Licenseต้องระบุให้ชัด

อย่าใช้ Website Package ที่ไม่รู้ว่า Domain หรือเว็บไซต์เป็นของใคร

39. ถามเรื่อง Plugin License

หากใช้ WordPress ควรถามว่า

  • Plugin ตัวไหน Premium
  • License รวมกี่ปี
  • ต่ออายุเท่าไร
  • ถ้าไม่ต่อเกิดอะไรขึ้น
  • License เป็นของใคร

ตัวอย่าง Plugin อาจมี

  • Elementor Pro
  • Booking
  • Security
  • Backup
  • Multilingual

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจเกิดทุกปี

40. ถามเรื่อง Hosting Renewal

Hosting ปีแรกอาจรวมใน Package

แต่ควรถาม

ปีที่สองราคาเท่าไร

เช่นเดียวกับ Domain

อย่าดูเฉพาะ Promotion ปีแรก

41. ถามเรื่อง Maintenance

หลังเว็บไซต์เปิดแล้วใครดูแล

ตัวอย่างงาน:

  • Update
  • Backup
  • Security
  • Bug
  • Plugin Conflict
  • PHP Update
  • Content Update

ควรถามว่า Support หลังส่งงานกี่วัน

และ Maintenance ระยะยาวราคาเท่าไร

42. เตรียมข้อมูล Backup

ก่อนแก้เว็บไซต์เดิมควร Backup อย่างน้อย

  • Files
  • Database
  • Upload
  • Configuration

โดยเฉพาะการ Redesign เว็บไซต์ที่มี Traffic และ SEO อยู่แล้ว

43. ตรวจ Mobile

ควรระบุว่าเว็บไซต์ต้อง Responsive

แต่ในปัจจุบันเรื่องนี้ควรเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

ควรทดสอบอย่างน้อย

  • Mobile
  • Tablet
  • Desktop

โดยเฉพาะ

  • Menu
  • Button
  • Form
  • Table
  • Image

44. เตรียม Browser ที่ต้องรองรับ

เว็บไซต์ทั่วไปควรรองรับ Browser สมัยใหม่ เช่น

  • Chrome
  • Safari
  • Edge
  • Firefox

หากองค์กรมี Requirement เฉพาะควรแจ้งก่อน

45. ระบุ Performance Requirement

หากธุรกิจให้ความสำคัญกับ Performance ควรระบุใน Scope

เช่น

  • Optimize Image
  • Cache
  • CDN
  • Lazy Loading
  • Minification

ไม่ควรกำหนดคะแนน Performance แบบ 100/100 โดยไม่ดู Feature จริง

46. เตรียม Email ของบริษัท

ถ้าต้องใช้ Email เช่น

contact@example.com

ควรแจ้ง

  • จำนวน Account
  • Provider
  • ต้อง Migration Email หรือไม่

ระบบ Email กับ Hosting เว็บไซต์อาจแยกกันได้

47. เตรียมข้อมูล Form

หากเว็บไซต์มี Contact Form ต้องกำหนด

Fields เช่น

  • Name
  • Phone
  • Email
  • Service
  • Message

และต้องกำหนดว่า Form ส่งไปที่ Email ใด

ควรทดสอบจริงก่อน Launch

48. เตรียม FAQ

FAQ มีประโยชน์ต่อทั้ง Conversion และ Content

คำถามควรมาจากสิ่งที่ลูกค้าถามจริง เช่น

  • ราคาเท่าไหร่
  • ใช้เวลากี่วัน
  • มีรับประกันไหม
  • ให้บริการพื้นที่ไหน
  • ชำระเงินอย่างไร

49. เตรียม Testimonials และผลงาน

ถ้ามีควรรวบรวม

  • รีวิว
  • Case Study
  • Portfolio
  • Client Logo

แต่ควรตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานก่อนเผยแพร่

50. Checklist สรุปก่อนจ้างทำเว็บไซต์

ก่อนส่ง Brief ให้ผู้รับทำเว็บไซต์ ควรเตรียมอย่างน้อย:

  • เป้าหมายของเว็บไซต์
  • กลุ่มเป้าหมาย
  • Sitemap
  • จำนวนหน้า
  • รายละเอียดบริษัท
  • รายละเอียดบริการ
  • Content
  • รูปภาพ
  • Logo
  • Brand Color
  • เว็บตัวอย่าง
  • Domain
  • Hosting
  • ระบบเว็บไซต์
  • Function
  • ภาษา
  • Keyword
  • SEO Requirement
  • Analytics
  • Search Console
  • ช่องทางติดต่อ
  • Social Media
  • Google Maps
  • Policy
  • CTA
  • Budget
  • Deadline
  • ผู้อนุมัติงาน
  • Maintenance
  • Ownership

ไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อม 100% ก่อนเริ่มคุย แต่ยิ่งตอบรายการเหล่านี้ได้มากเท่าไร การตี Scope ก็ยิ่งแม่นยำ

ตัวอย่าง Brief สำหรับส่งบริษัทรับทำเว็บไซต์

สามารถเขียนสั้น ๆ เช่น

ชื่อบริษัท: ABC Company
ประเภทธุรกิจ: รับติดตั้งโซลาร์เซลล์
เป้าหมาย: หา Lead จาก Google
กลุ่มเป้าหมาย: เจ้าของบ้านและโรงงาน
จำนวนหน้า: ประมาณ 12 หน้า
ภาษา: ไทย
CMS: WordPress
Function: Contact Form + LINE + Blog
SEO: ต้องการ SEO Structure ตั้งแต่ต้น
Content: มีข้อมูลพื้นฐาน ต้องการให้ช่วย Rewrite
รูปภาพ: มีภาพจริง
Domain: มีแล้ว
Hosting: ยังไม่มี
Deadline: 8 สัปดาห์
Budget: 40,000–60,000 บาท

Brief แบบนี้ช่วยให้ผู้รับทำเว็บไซต์ประเมินได้ดีกว่าการส่งว่า

“ขอราคาเว็บบริษัทหน่อยครับ”

คำถามที่พบบ่อย

จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ควรเตรียมเป้าหมายเว็บไซต์ กลุ่มลูกค้า Sitemap Content รูปภาพ Logo Domain Hosting Function ภาษา SEO Budget และ Deadline เป็นอย่างน้อย

ไม่มี Content เริ่มทำเว็บไซต์ได้ไหม?

เริ่มวางโครงสร้างและ Design ได้บางส่วน แต่ควรกำหนดว่าใครรับผิดชอบ Content และส่งเมื่อใด เพราะ Content มีผลต่อ Layout และระยะเวลางาน

ไม่มี Domain จ้างทำเว็บไซต์ได้ไหม?

ได้ แต่ควรจด Domain ตั้งแต่ต้นและควรให้อยู่ใน Account ที่เจ้าของธุรกิจควบคุม

ไม่มี Hosting ทำเว็บไซต์ได้ไหม?

ได้ ผู้รับทำเว็บไซต์สามารถแนะนำ Hosting ตาม Requirement ได้

ต้องเตรียม Keyword ก่อนทำเว็บไหม?

หากตั้งใจทำ SEO ควรทำ Keyword Research ก่อนวาง Sitemap และ URL เพราะช่วยลดการแก้โครงสร้างภายหลัง

ต้องมี Logo ก่อนทำเว็บไหม?

ควรมี หากยังไม่มีควรแจ้งทีมงาน เพราะ Logo และ Brand Identity มีผลต่อ Design

ควรส่งเว็บตัวอย่างกี่เว็บ?

ประมาณ 3–5 เว็บไซต์ก็เพียงพอ โดยระบุว่าชอบส่วนใดของแต่ละเว็บ

WordPress เหมาะกับเว็บบริษัทไหม?

เหมาะกับธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่ต้องแก้ Content เอง มี Blog และต้องการทำ SEO

Domain ควรเป็นชื่อใคร?

ควรอยู่ภายใต้ Account ที่เจ้าของธุรกิจหรือบริษัทควบคุมได้ ไม่ควรฝากไว้กับผู้รับทำเว็บไซต์เพียงคนเดียวโดยไม่มีสิทธิ์เข้าถึง

ทำ SEO หลังเว็บเสร็จได้ไหม?

ทำได้ แต่จะมีประสิทธิภาพกว่าหากวาง SEO Structure ตั้งแต่ก่อนเริ่มพัฒนา เพราะ Keyword มีผลต่อ Sitemap, URL, Navigation และ Content

สรุป จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การจ้างทำเว็บไซต์ให้ราบรื่นไม่จำเป็นต้องมีความรู้ Programming แต่เจ้าของธุรกิจควรเตรียม “ข้อมูลธุรกิจและ Requirement” ให้ชัดที่สุด

สิ่งสำคัญที่สุดคือ

เป้าหมาย + Sitemap + Content + Function + Ownership + SEO

ไม่ควรเริ่มต้นด้วย Design เพียงอย่างเดียว เพราะเว็บไซต์ที่สวยแต่ไม่มีโครงสร้าง Content และ Conversion ที่ดี อาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจ

หากเว็บไซต์มีเป้าหมายทำ Organic Search ควรวาง SEO และ โครงสร้างเว็บไซต์ ตั้งแต่ก่อนเริ่มพัฒนา พร้อมทำ Keyword Research เพื่อกำหนดหน้า Service และ Content Cluster ให้เหมาะสม

หากเลือกใช้ WordPress ควรถามเพิ่มเติมเรื่อง Theme, Plugin, License, Hosting และ Maintenance และควรให้ Domain รวมถึง Account สำคัญต่าง ๆ อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าของธุรกิจ

หลังเว็บไซต์เปิดใช้งาน ควรตรวจ Sitemap เชื่อม Google Search Console และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เว็บไซต์ไม่ได้จบเพียงวันส่งมอบ แต่สามารถเป็น Digital Asset ที่สร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ WordPress, SEO, Backlink, Google Maps SEO, Local SEO เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต

บทความ ที่เกี่ยวข้อง

7908-website-vs-web-application (Horizontal)
เว็บไซต์และเว็บแอป ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนเหมาะก...
หลายคนใช้คำว่า “เว็บไซต์” และ “เว็บแอป” สลับกัน เพราะทั้งสองอย่างสามารถเปิดใช้งา...
7909-website-cost (Horizontal)
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าทำเว็บไซต์และปัจจัยที...
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ เป็นหนึ่งในคำถามแรกของเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนสร้างเว็บไ...
7911-business-website-must-have (Horizontal)
เว็บไซต์ธุรกิจควรมีอะไรบ้าง? 15 องค์ประกอบสำคัญที่...
เว็บไซต์ธุรกิจไม่ควรมีหน้าที่เพียงแค่ “บอกว่าบริษัทมีตัวตน” แต่ควรช่วยให้ผู้ใช้ง...
7912-build-website-yourself-vs-hire (Horizontal)
ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี ข้...
การเริ่มทำเว็บไซต์มีคำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจเกือบทุกคนต้องเจอ คือ “ควรทำเว็บไซ...
7919-how-long-to-build-website (Horizontal)
ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน? ระยะเวลาทำเว็บขึ้นอยู่...
คำถามว่า “ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน?” ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะระยะเวลาขึ้นอยู่กับ...
7915-prepare-before-hiring-web-developer (Horizontal)
จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ก่อนคุ...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ควรเริ่มจากการส่งเพียงชื่อบริษัทและบอกว่า “อยากได้เว็บสวย ๆ”...
7914-free-website-creation-step-by-step (Horizontal)
วิธีสร้างเว็บไซต์ฟรี ทำเองได้จริง (Step-by-Step) ส...
การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเขียน Code หรือเสียค่าใช้จ...
7913-what-you-need-to-build-website (Horizontal)
สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง? Checklist ก่อนเริ่มทำ...
การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อโดเมน เลือกเทมเพลต แล้วนำข้อม...
พร้อมที่จะเริ่มต้นหรือยัง?