Screaming Frog คืออะไร? เครื่องมือ SEO Audit เว็บไซต์แบบละเอียด

/
/
Screaming Frog คืออะไร? เครื่องมือ SEO Audit เว็บไซต์แบบละเอียด
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

การทำ SEO ไม่ได้มีเพียงการเขียนบทความหรือใส่คีย์เวิร์ดลงในหน้าเว็บไซต์เท่านั้น เพราะต่อให้เนื้อหาดี แต่เว็บไซต์มีปัญหา Technical SEO เช่น ลิงก์เสีย Redirect หลายชั้น Canonical ผิด หน้า Duplicate หรือ Search Engine Crawl หน้าเว็บได้ไม่ครบ ก็อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ SEO โดยรวมได้

หนึ่งในเครื่องมือที่คนทำ SEO, นักพัฒนาเว็บไซต์ และ Digital Agency นิยมใช้สำหรับตรวจสอบปัญหาเหล่านี้คือ Screaming Frog SEO Spider

Screaming Frog สามารถ Crawl เว็บไซต์ในลักษณะคล้าย Search Engine Bot แล้วรวบรวมข้อมูลของ URL ภายในเว็บไซต์ออกมาเป็นรายการ เช่น Page Title, Meta Description, Heading, Status Code, Canonical, Internal Link, Redirect และข้อมูล Technical SEO อื่น ๆ เพื่อช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เห็นปัญหาที่อาจมองไม่เห็นจากหน้าเว็บปกติ

บทความนี้จะอธิบายว่า Screaming Frog คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีใช้งานเบื้องต้น และควรนำข้อมูลจากเครื่องมือนี้ไปใช้ในการปรับปรุง SEO อย่างไร

หัวข้อ

Screaming Frog คืออะไร?

Screaming Frog SEO Spider คือโปรแกรม Website Crawler สำหรับตรวจสอบโครงสร้างเว็บไซต์และปัญหาด้าน Technical SEO

เมื่อใส่ URL เว็บไซต์ลงในโปรแกรม Screaming Frog จะเริ่ม Crawl ลิงก์ภายในเว็บไซต์ แล้วรวบรวมข้อมูลของแต่ละ URL ออกมาให้วิเคราะห์

ตัวอย่างข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น

  • HTTP Status Code
  • Page Title
  • Meta Description
  • H1 และ H2
  • Canonical
  • Robots Meta
  • Internal Link
  • External Link
  • Redirect
  • Broken Link
  • Response Time
  • Content Type
  • Word Count
  • Hreflang
  • Structured Data บางประเภท
  • XML Sitemap

Screaming Frog ระบุว่า SEO Spider สามารถใช้ค้นหาปัญหา คำเตือน และโอกาสด้าน SEO ได้มากกว่า 300 รายการ รวมถึงสามารถส่งออกข้อมูลด้าน On-page SEO ไปเป็น Spreadsheet เพื่อใช้ทำ SEO Audit ต่อได้

Screaming Frog SEO Spider ทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานของ Screaming Frog คล้ายกับ Web Crawler

เมื่อผู้ใช้งานใส่ URL เช่น

https://example.com

โปรแกรมจะเริ่มจากหน้าแรก จากนั้นค้นหาลิงก์ภายในหน้าและ Crawl ไปยัง URL อื่นต่อไปเรื่อย ๆ

ตัวอย่างโครงสร้าง

Homepage → Category → Article → Related Article

ระหว่าง Crawl โปรแกรมจะบันทึกข้อมูลของแต่ละ URL เช่น

  • Status Code เป็น 200, 301, 404 หรือ 500
  • Title ยาวเท่าไร
  • Meta Description มีหรือไม่
  • Canonical ชี้ไปหน้าไหน
  • หน้าไหนมี Internal Link เข้ามา
  • หน้าไหนไม่มีลิงก์ภายในมากพอ
  • URL ใด Redirect ไป URL อื่น

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ทำ SEO มองเห็นโครงสร้างเว็บไซต์ในภาพรวมได้ง่ายกว่าการเปิดตรวจทีละหน้า


Screaming Frog ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Screaming Frog สามารถใช้ใน SEO Audit ได้หลายด้าน

หนึ่งใน Use Case ที่พบบ่อยที่สุดคือการตรวจหา Broken Link

ตัวอย่างเช่น

หน้า A มีลิงก์ไป

/old-page/

แต่ URL ดังกล่าวถูกลบแล้วและตอบกลับเป็น

404 Not Found

Screaming Frog สามารถช่วยระบุว่า URL ใดเป็น 404 และหน้าใดเป็นต้นทางที่ลิงก์ไปยัง URL นั้น

จากนั้นผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถ

  • แก้ Internal Link
  • เปลี่ยน URL ปลายทาง
  • ทำ 301 Redirect
  • ลบลิงก์ที่ไม่จำเป็น

ได้ตามความเหมาะสม

หากเว็บไซต์มีการเปลี่ยน URL จำนวนมาก ควรศึกษาหลักการ Redirect เพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยง Redirect Chain และ Redirect Loop

2. ตรวจ Redirect

Screaming Frog สามารถแสดง HTTP Status Code เช่น

  • 301
  • 302
  • 307
  • 308

จึงช่วยตรวจสอบได้ว่า URL ไหนมี Redirect และ Redirect ไปยัง URL ใด

ตัวอย่างปัญหาที่ตรวจพบได้ เช่น

URL A → URL B → URL C

โครงสร้างนี้เรียกว่า Redirect Chain

แนวทางที่ดีกว่าคือ

URL A → URL C

และแก้ Internal Link ให้ชี้ตรงไปยัง URL ปลายทาง

Google แนะนำว่าเมื่อย้าย URL ควรอัปเดต Internal Link ให้ชี้ตรงไป URL ใหม่ และหลีกเลี่ยง Redirect ไปยังหน้าที่ไม่เกี่ยวข้อง เพราะอาจสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีและอาจถูกประเมินเป็น Soft 404 ได้

3. ตรวจ Page Title

Screaming Frog สามารถตรวจสอบ Page Title ของทุก URL ใน Crawl ได้

ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่

  • Missing Title
  • Duplicate Title
  • Title สั้นเกินไป
  • Title ยาวเกินไป
  • Title หลายหน้าคล้ายกันมาก

ตัวอย่าง

หน้า A
SEO คืออะไร?

หน้า B
SEO คืออะไรและทำอย่างไร?

หน้า C
SEO คืออะไร ฉบับมือใหม่

หากทั้งสามหน้ามี Search Intent เหมือนกัน อาจเกิด Keyword Cannibalization ได้

การดู Title ทั้งเว็บไซต์พร้อมกันจึงช่วยให้วาง Content Structure ได้ง่ายขึ้น

ผู้ที่ต้องการศึกษาองค์ประกอบนี้เพิ่มเติมสามารถอ่าน Meta Title คืออะไร

4. ตรวจ Meta Description

เครื่องมือสามารถแสดง Meta Description ของแต่ละหน้าและช่วยค้นหา

  • Missing Meta Description
  • Duplicate Meta Description
  • Description สั้นเกินไป
  • Description ยาวเกินไป

Meta Description ไม่ได้เป็น Ranking Factor โดยตรงในลักษณะง่าย ๆ แต่มีผลต่อการนำเสนอหน้าเว็บไซต์ใน Search Result และอาจส่งผลต่อ CTR

ดังนั้นการตรวจว่าแต่ละหน้ามี Description ที่สื่อ Search Intent อย่างชัดเจนจึงยังมีความสำคัญ

5. ตรวจ H1 และ H2

Screaming Frog สามารถดึง Heading ของหน้าเว็บออกมาได้

ตัวอย่างปัญหาที่พบได้ เช่น

  • ไม่มี H1
  • มี H1 หลายตัวโดยไม่ตั้งใจ
  • H1 ซ้ำกันหลายหน้า
  • H1 ไม่สัมพันธ์กับ Title
  • Heading Structure ไม่เป็นลำดับ

ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้จัดโครงสร้าง Content ให้ชัดเจนขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Heading Tag คืออะไร

6. ตรวจ Canonical

Canonical เป็นอีกจุดที่ Screaming Frog มีประโยชน์มาก

โปรแกรมสามารถช่วยตรวจหา

  • Missing Canonical
  • Canonical ชี้ไป URL อื่น
  • Canonical Loop
  • Canonical หลายค่า
  • Canonical ต่างจาก URL ปัจจุบัน
  • Canonical ที่ถูกเพิ่มหลัง JavaScript Render

Google อธิบายว่า Canonicalization คือกระบวนการเลือก URL ตัวแทนจากหลาย URL ที่มีเนื้อหาเหมือนหรือคล้ายกัน และสัญญาณที่ใช้ประกอบการเลือก Canonical มีทั้ง Redirect, Sitemap และ rel="canonical"

ดังนั้นหาก Screaming Frog พบ Canonical ผิด ควรตรวจร่วมกับ Google Search Console ก่อนแก้ไข

7. ตรวจ Indexability

Screaming Frog ช่วยดูว่าหน้าเว็บมีปัจจัยที่อาจทำให้ไม่ถูก Index หรือไม่

ตัวอย่างเช่น

  • noindex
  • Canonical ไปหน้าอื่น
  • Status Code ไม่ใช่ 200
  • ถูก Block ด้วย robots.txt
  • Redirect
  • URL ไม่สามารถ Crawl ได้

สิ่งสำคัญคือคำว่า Crawlable และ Indexable ไม่เหมือนกัน

หน้าเว็บอาจ Crawl ได้ แต่ตั้ง

noindex

ทำให้ไม่ควรปรากฏใน Search Result

ในทางกลับกัน หน้าอาจต้องการ Index แต่ Search Engine เข้าถึงไม่ได้จากโครงสร้างเว็บไซต์

Internal Link เป็นองค์ประกอบสำคัญของ Website Structure

Screaming Frog ช่วยดูข้อมูล เช่น

  • Inlinks
  • Outlinks
  • Anchor Text
  • Crawl Depth

ตัวอย่างเช่น หน้า Service สำคัญมี Internal Link เข้ามาเพียง 1 จุด แต่บทความทั่วไปมีลิงก์เข้ามา 50 จุด

ข้อมูลนี้อาจบอกได้ว่า Website Architecture ยังไม่ได้ส่งความสำคัญไปยังหน้าธุรกิจที่ต้องการ

จึงควรวิเคราะห์ Internal Link ร่วมกับ โครงสร้างเว็บไซต์สำหรับ SEO

9. ตรวจ Crawl Depth

Crawl Depth คือจำนวน Click โดยประมาณจากจุดเริ่มต้น Crawl ไปถึง URL

ตัวอย่าง

  • Homepage = Depth 0
  • Category = Depth 1
  • Article = Depth 2
  • Deep Article = Depth 4–5

หากหน้าสำคัญอยู่ลึกมาก อาจทำให้

  • ผู้ใช้งานเข้าถึงยาก
  • Internal Authority กระจายไม่ดี
  • Search Engine Discover หน้าได้ช้ากว่า

ไม่ได้หมายความว่าทุกหน้าต้องอยู่ Depth ต่ำที่สุด แต่หน้าสำคัญควรเข้าถึงได้ง่ายและอยู่ใน Site Architecture อย่างเหมาะสม

10. สร้างและตรวจ XML Sitemap

Screaming Frog สามารถสร้าง XML Sitemap และ Image XML Sitemap ได้ และสามารถกำหนดเงื่อนไข URL ที่จะนำเข้า Sitemap ได้

Sitemap ที่ดีควรมี URL ที่ต้องการให้ Search Engine Index จริง เช่น

  • URL Status 200
  • Canonical เป็นตัวเอง
  • ไม่เป็น noindex
  • ไม่ Redirect

ไม่ควรมี URL อย่าง

  • 404
  • 301
  • noindex
  • Duplicate URL

ผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมสามารถอ่าน Sitemap คืออะไร

11. Crawl เว็บไซต์ JavaScript

เว็บไซต์สมัยใหม่จำนวนมากใช้ JavaScript Framework เช่น

  • React
  • Vue
  • Angular

หาก Content หรือ Link ถูกสร้างหลัง JavaScript Execute การ Crawl แบบ HTML ปกติอาจเห็นข้อมูลไม่ครบ

Screaming Frog รองรับ JavaScript Rendering โดยใช้ Chromium Rendering ทำให้สามารถตรวจเว็บไซต์ที่พึ่งพา JavaScript ได้

Screaming Frog ยังแนะนำให้ใช้ JavaScript Rendering Mode เมื่อตรวจเว็บไซต์ JavaScript เพื่อดูความแตกต่างระหว่าง Raw HTML กับ Rendered HTML เช่น Canonical หรือ Title ที่ถูกเพิ่มภายหลังด้วย JavaScript

12. ตรวจ Hreflang

สำหรับเว็บไซต์หลายภาษา Screaming Frog สามารถตรวจ Hreflang ได้

ตัวอย่างปัญหา เช่น

  • Missing Return Link
  • Wrong Language Code
  • Hreflang ชี้ไปหน้า Redirect
  • URL ที่ระบุไม่สามารถ Index ได้
  • ไม่ Self-reference

เครื่องมือสามารถ Crawl Hreflang ที่มาจาก

  • HTML
  • HTTP Header
  • XML Sitemap

ได้ตามการตั้งค่า

13. เชื่อม Google Analytics และ Search Console

Screaming Frog รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลจาก

  • Google Analytics
  • Google Search Console
  • PageSpeed Insights

เพื่อรวมข้อมูล Performance เข้ากับข้อมูล Crawl ในหน้าเดียว

ตัวอย่างเช่น สามารถวิเคราะห์ว่า

หน้าใดมี Organic Traffic สูง แต่มี Broken Link

หรือ

หน้าใดมี Impression สูง แต่ Title และ Meta Description ยังไม่ดี

สำหรับการดูข้อมูล Search Performance โดยตรง ควรใช้ Google Search Console ร่วมด้วย

วิธีใช้ Screaming Frog เบื้องต้น

ขั้นตอนใช้งานพื้นฐานไม่ซับซ้อน

ขั้นตอนที่ 1 ดาวน์โหลดโปรแกรม

เข้าเว็บไซต์ Screaming Frog

https://www.screamingfrog.co.uk/seo-spider

ติดตั้งโปรแกรมลงบน

  • Windows
  • macOS
  • Linux

จากนั้นเปิด SEO Spider

ขั้นตอนที่ 2 ใส่ URL เว็บไซต์

บริเวณช่องด้านบนให้ใส่ Domain เช่น

https://www.example.com

แล้วกด Start

โปรแกรมจะเริ่ม Crawl เว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 3 รอ Crawl ให้เสร็จ

เว็บไซต์เล็กอาจใช้เวลาไม่นาน

เว็บไซต์ขนาดใหญ่จะใช้เวลามากขึ้นตาม

  • จำนวน URL
  • Server Response
  • Crawl Configuration
  • JavaScript Rendering
  • API Integration

ระหว่าง Crawl สามารถดูข้อมูลได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอจน 100%

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจ Internal Tab

Tab Internal เหมาะสำหรับดู URL ภายในเว็บไซต์ทั้งหมด

ข้อมูลสำคัญ เช่น

  • Status Code
  • Indexability
  • Title
  • Meta Description
  • Canonical
  • Word Count
  • Crawl Depth

เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ SEO Audit

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ Response Codes

เข้าเมนู Response Codes

จากนั้น Filter เช่น

Client Error (4xx)

หา 404 และ Broken URL

Redirection (3xx)

หา Redirect

Server Error (5xx)

หาปัญหา Server

จากนั้น Export ออกมาเพื่อแก้ไข

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจ Page Titles และ Meta Description

เปิด Tab

  • Page Titles
  • Meta Description

แล้วเลือก Filter เช่น

  • Missing
  • Duplicate
  • Over Length
  • Below Length

เพื่อดูหน้าที่ต้องปรับ On-page SEO

ขั้นตอนที่ 7 ตรวจ H1

เปิด Tab H1

ตรวจ

  • Missing
  • Duplicate
  • Multiple

จากนั้นเทียบกับ Page Title และ Search Intent

ขั้นตอนที่ 8 ตรวจ Canonical

เปิด Tab Canonicals

ตรวจว่า

  • หน้า Indexable มี Self Canonical หรือไม่
  • หน้าใด Canonical ไป URL อื่น
  • URL Canonical ตอบสถานะ 200 หรือไม่

ขั้นตอนที่ 9 Export ข้อมูล

Screaming Frog สามารถ Export ข้อมูลออกเป็นไฟล์ Spreadsheet ได้ ทำให้นำไปจัดทำ SEO Audit Report ต่อได้ง่าย

ตัวอย่างคอลัมน์ที่นิยมใช้

URLStatusIssueRecommendation
/old-page/404Broken pageRedirect หรือแก้ Internal Link
/service-a/301Internal Link ผ่าน Redirectเปลี่ยน Link ไป Final URL
/article-a/200Missing Metaเพิ่ม Meta Description
/page-b/200Duplicate Titleปรับ Title

Screaming Frog ฟรีไหม?

Screaming Frog มีทั้งเวอร์ชันฟรีและแบบชำระเงิน

เวอร์ชันฟรีสามารถ Crawl ได้สูงสุด 500 URL ต่อ Crawl และมีข้อจำกัดด้านฟังก์ชันขั้นสูงบางส่วน เช่น JavaScript Rendering, Custom Extraction, API Integration และการบันทึก Crawl

ดังนั้นเว็บไซต์ขนาดเล็กสามารถเริ่มจาก Free Version ได้

แต่หากเว็บไซต์มี URL จำนวนมากหรือทำ Technical SEO Audit เป็นประจำ Paid Version จะใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่า

Screaming Frog เหมาะกับใคร?

เครื่องมือนี้เหมาะกับ

  • SEO Specialist
  • Technical SEO
  • Digital Agency
  • Website Developer
  • Content Manager
  • Website Owner
  • E-commerce Manager
  • WordPress Administrator

โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่มีหลายร้อยหรือหลายพัน URL เพราะการเปิดตรวจทีละหน้าแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ

Screaming Frog กับ Google Search Console ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเครื่องมือไม่ได้ทดแทนกัน

Screaming Frog

มองเว็บไซต์จากมุมของ Crawler

เหมาะกับ

  • Technical SEO Audit
  • Internal Link
  • Status Code
  • Redirect
  • Metadata
  • Canonical
  • Site Structure

Google Search Console

ให้ข้อมูลจาก Google Search

เหมาะกับ

  • Query
  • Impression
  • Click
  • CTR
  • Indexing
  • Crawl Issue
  • Page Experience
  • URL Inspection

ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือใช้ร่วมกัน

Screaming Frog พบว่า

/service-a/

ไม่มี Internal Link มากพอ

ขณะที่ Search Console พบว่าหน้านี้มี Impression สูง

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าควรเพิ่ม Internal Link และปรับหน้าเพื่อช่วยผลักดัน Performance


Screaming Frog กับ Ahrefs ต่างกันอย่างไร?

Screaming Frog เน้นการ Crawl เว็บไซต์ของเราเป็นหลัก

ขณะที่ Ahrefs มีจุดเด่นด้าน

  • Backlink
  • Keyword
  • Competitor Research
  • Organic Traffic Estimation
  • Rank Tracking

ดังนั้นสองเครื่องมือนี้มักทำงานร่วมกัน

ตัวอย่าง Workflow

Screaming Frog
→ ตรวจ Technical SEO

Ahrefs
→ ตรวจ Backlink และคู่แข่ง

Google Search Console
→ ดู Performance จริงใน Google

Google Analytics
→ ดู Traffic และ Conversion


Screaming Frog กับ Semrush ต่างกันอย่างไร?

Semrush เป็น SEO Platform ที่มีเครื่องมือหลายด้าน เช่น

  • Keyword Research
  • Competitive Analysis
  • Backlink Analysis
  • Rank Tracking
  • Site Audit

ส่วน Screaming Frog เป็น Desktop Crawler ที่ให้ข้อมูล Crawl เชิงลึกและควบคุม Configuration ได้ละเอียด

จึงไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงตัวเดียว

Agency จำนวนมากใช้ Screaming Frog สำหรับ Technical Audit และใช้ Semrush หรือ Ahrefs สำหรับ Research และ Off-page SEO


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาใช้ Screaming Frog

เห็น 404 แล้ว Redirect ทุกหน้า

ไม่ใช่ทุก 404 ต้อง Redirect

หากหน้าเดิมไม่มีหน้าใหม่ที่เกี่ยวข้อง การปล่อย 404 หรือ 410 อาจเหมาะสมกว่าการ Redirect ไปหน้าแรก

เห็น Duplicate Title แล้วแก้ Title อย่างเดียว

Duplicate Title อาจเป็นเพียงอาการ

ควรตรวจว่า

  • เนื้อหาซ้ำกันหรือไม่
  • Search Intent เหมือนกันหรือไม่
  • ควร Merge บทความหรือไม่

Technical Audit ไม่ควรดูเฉพาะ 404 และ 301

Internal Link และ Crawl Depth มีความสำคัญต่อ Site Architecture เช่นกัน

Crawl แล้วไม่เทียบกับ Search Console

Crawler บอกโครงสร้างเว็บไซต์ได้ดี แต่ไม่ได้บอก Search Performance จริงทั้งหมด

จึงควรเทียบข้อมูลกับ Search Console

ใช้ JavaScript Site แต่ Crawl แบบ HTML

เว็บไซต์บางระบบ Render Content หลัง JavaScript ทำงาน

หากใช้โหมดผิด อาจมองไม่เห็น Content หรือ Link ที่ Search Engine ต้อง Render เพิ่ม


Checklist ใช้ Screaming Frog ตรวจ SEO

หลัง Crawl เว็บไซต์ ควรตรวจอย่างน้อย

  • Status Code
  • 404
  • 5xx
  • Redirect
  • Redirect Chain
  • Page Title
  • Meta Description
  • H1
  • Canonical
  • noindex
  • Internal Link
  • Crawl Depth
  • Duplicate Content
  • Sitemap
  • Hreflang
  • JavaScript Rendering
  • Image ขนาดใหญ่
  • Response Time

จากนั้นจัด Priority เป็น

Critical

ปัญหาที่ทำให้หน้าเข้าถึงไม่ได้หรือ Index ไม่ได้

High

ปัญหาที่กระทบหน้าสำคัญหรือ Traffic สูง

Medium

ปัญหา On-page และ Internal Linking

Low

ปัญหาที่มีผลกระทบจำกัดหรือเป็น Optimization เพิ่มเติม


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Screaming Frog

Screaming Frog คืออะไร?

Screaming Frog SEO Spider คือโปรแกรม Website Crawler สำหรับตรวจสอบ Technical SEO, Status Code, Page Title, Meta Description, Canonical, Internal Link, Redirect และโครงสร้างเว็บไซต์

Screaming Frog ใช้ฟรีได้ไหม?

ได้ เวอร์ชันฟรี Crawl ได้สูงสุด 500 URL ต่อ Crawl แต่ฟังก์ชันขั้นสูงบางส่วนจะถูกจำกัด

สามารถตรวจ External Link ที่พบจากเว็บไซต์ที่ Crawl ได้ แต่หากต้องการวิเคราะห์ Backlink จากเว็บไซต์ภายนอกจำนวนมาก ควรใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น Ahrefs หรือ Semrush

Screaming Frog ใช้ตรวจ SEO ได้ครบไหม?

ช่วยตรวจ Technical และ On-page SEO ได้ละเอียด แต่ไม่ควรใช้เพียงเครื่องมือเดียว ควรใช้ร่วมกับ Google Search Console, Analytics และเครื่องมือ Backlink

Screaming Frog ตรวจหน้า 404 ได้ไหม?

ได้ สามารถ Filter URL ที่ตอบ HTTP Status 4xx และดู Inlinks เพื่อค้นหาว่าหน้าใดลิงก์มายัง URL เสีย

Screaming Frog ตรวจ Redirect ได้ไหม?

ได้ สามารถดู 301, 302, 307, 308 และตรวจ Redirect Chain ได้

ได้ สามารถดู Inlinks, Outlinks, Anchor Text และ Crawl Depth เพื่อนำไปวิเคราะห์ Website Structure

Screaming Frog ใช้กับ WordPress ได้ไหม?

ได้ Screaming Frog Crawl เว็บไซต์ผ่าน URL จึงสามารถใช้กับ WordPress และ CMS อื่น ๆ ได้

สรุป

Screaming Frog เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับ Technical SEO Audit เพราะช่วย Crawl เว็บไซต์และรวบรวมข้อมูลของ URL จำนวนมากไว้ในที่เดียว

เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับตรวจ

  • Broken Link
  • 404
  • Redirect
  • Title
  • Meta Description
  • Heading
  • Canonical
  • noindex
  • Internal Link
  • Sitemap
  • Hreflang
  • JavaScript
  • Website Structure

อย่างไรก็ตาม Screaming Frog ไม่ควรถูกใช้แยกจากเครื่องมืออื่น

Workflow ที่มีประสิทธิภาพควรนำข้อมูลจาก Screaming Frog มาวิเคราะห์ร่วมกับ Google Search Console, Google Analytics และเครื่องมือ Backlink เพื่อเห็นทั้งมุม Technical, Search Performance และ Authority ของเว็บไซต์

หากเป้าหมายคือการเพิ่มอันดับอย่างยั่งยืน การ Crawl เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญกว่าคือการจัดลำดับปัญหาและแก้ไขให้สัมพันธ์กับ Business Priority, Search Intent และโครงสร้างเว็บไซต์

สำหรับธุรกิจที่ต้องการตรวจสอบเว็บไซต์ในภาพรวม สามารถศึกษาพื้นฐานเพิ่มเติมจาก SEO คืออะไร, Sitemap คืออะไร และ Redirect คืออะไร หรือดูรายละเอียด บริการรับทำ SEO ของ Devil Backlink

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ WordPress, SEO, Backlink, Google Maps SEO, Local SEO เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ป้ายกำกับ:SEO

บทความ ที่เกี่ยวข้อง

7908 website vs web application Horizontal scaled
เว็บไซต์และเว็บแอป ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนเหมาะก...
หลายคนใช้คำว่า “เว็บไซต์” และ “เว็บแอป” สลับกัน เพราะทั้งสองอย่างสามารถเปิดใช้งา...
7909 website cost Horizontal scaled
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าทำเว็บไซต์และปัจจัยที...
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ เป็นหนึ่งในคำถามแรกของเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนสร้างเว็บไ...
7911 business website must have Horizontal scaled
เว็บไซต์ธุรกิจควรมีอะไรบ้าง? 15 องค์ประกอบสำคัญที่...
เว็บไซต์ธุรกิจไม่ควรมีหน้าที่เพียงแค่ “บอกว่าบริษัทมีตัวตน” แต่ควรช่วยให้ผู้ใช้ง...
7912 build website yourself vs hire Horizontal scaled
ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี ข้...
การเริ่มทำเว็บไซต์มีคำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจเกือบทุกคนต้องเจอ คือ “ควรทำเว็บไซ...
7919 how long to build website Horizontal scaled
ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน? ระยะเวลาทำเว็บขึ้นอยู่...
คำถามว่า “ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน?” ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะระยะเวลาขึ้นอยู่กับ...
7915 prepare before hiring web developer Horizontal scaled
จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ก่อนคุ...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ควรเริ่มจากการส่งเพียงชื่อบริษัทและบอกว่า “อยากได้เว็บสวย ๆ”...
7914 free website creation step by step Horizontal scaled
วิธีสร้างเว็บไซต์ฟรี ทำเองได้จริง (Step-by-Step) ส...
การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเขียน Code หรือเสียค่าใช้จ...
พร้อมที่จะเริ่มต้นหรือยัง?