เครื่องมือเช็ค Backlink ฟรี มีอะไรบ้าง? วิธีตรวจและวิเคราะห์ Backlink สำหรับ SEO

/
/
เครื่องมือเช็ค Backlink ฟรี มีอะไรบ้าง? วิธีตรวจและวิเคราะห์ Backlink สำหรับ SEO
<span class="jet-smart-filters-seo-rules-title"></span>

การตรวจสอบ Backlink เป็นหนึ่งในงานสำคัญของการทำ SEO เพราะช่วยให้เราเห็นว่าเว็บไซต์ได้รับลิงก์จากที่ใด หน้าไหนถูกอ้างถึงบ่อย ใช้ Anchor Text แบบไหน และมีลิงก์ใดที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่กำลังทำ Link Building, Guest Posting หรือวางแผนสร้าง Backlink อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือเช็ค Backlink แต่ละรายมีฐานข้อมูล วิธี Crawl และ Metric แตกต่างกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่จำนวน Backlink หรือ Referring Domains ที่แสดงจะไม่เท่ากัน

ดังนั้นการเลือกเครื่องมือไม่ควรพิจารณาเพียงว่า “ตัวไหนเจอ Backlink เยอะที่สุด” แต่ควรถามก่อนว่าต้องการใช้เพื่ออะไร เช่น

  • ตรวจ Backlink เว็บไซต์ตัวเอง
  • วิเคราะห์ Backlink คู่แข่ง
  • ตรวจ Anchor Text
  • หา Backlink ใหม่และลิงก์ที่หาย
  • หาเว็บไซต์สำหรับทำ Link Building
  • ตรวจคุณภาพเว็บไซต์ก่อนซื้อ Backlink

หากยังไม่เข้าใจพื้นฐาน แนะนำให้อ่าน Backlink คืออะไร และ Backlink คุณภาพคืออะไร ก่อน เพื่อให้สามารถตีความข้อมูลจากเครื่องมือได้ถูกต้องมากขึ้น

หัวข้อ

เครื่องมือเช็ค Backlink หรือ Backlink Checker คือเครื่องมือที่ใช้รวบรวมและแสดงข้อมูลเกี่ยวกับลิงก์จากเว็บไซต์ภายนอกที่เชื่อมมายัง Domain หรือ URL ที่ต้องการตรวจสอบ

ข้อมูลที่มักพบ ได้แก่

  • Backlinks
  • Referring Domains
  • Referring Pages
  • Anchor Text
  • Dofollow / Nofollow
  • New Backlinks
  • Lost Backlinks
  • หน้าเว็บไซต์ที่ได้รับลิงก์มากที่สุด
  • Domain หรือ Page Metrics

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ทำ SEO วิเคราะห์ Link Profile ได้ง่ายขึ้น

แต่ต้องเข้าใจว่าไม่มีเครื่องมือภายนอกใดรับประกันว่าจะพบ Backlink ทุกลิงก์บนอินเทอร์เน็ต หรือมีฐานข้อมูลเหมือน Google


ก่อนเริ่มใช้ Backlink Checker ควรเข้าใจสองคำนี้ก่อน

คือลิงก์แต่ละรายการที่เชื่อมมาหาเว็บไซต์

ตัวอย่าง:

เว็บไซต์ A มีบทความ 100 หน้าและทุกหน้าลิงก์มาหาเว็บไซต์เรา

อาจเกิด Backlink 100 รายการ

Referring Domain

คือจำนวน Domain ที่มีลิงก์มาหาเว็บไซต์

จากตัวอย่างเดิม แม้มี Backlink 100 รายการ แต่ทั้งหมดมาจากเว็บไซต์ A เพียงเว็บไซต์เดียว

จึงเท่ากับ

1 Referring Domain

นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรประเมิน Link Profile จากจำนวน Backlink อย่างเดียว

ช่วยดูว่ามีเว็บไซต์ไหนกล่าวถึงและเชื่อมลิงก์มา

สามารถค้นหาได้ว่าคู่แข่งได้รับลิงก์จาก Publisher, Directory, Association หรือ Resource Page ใด

จากนั้นนำมาใช้หา Link Opportunities ต่อได้

ตรวจ Anchor Text

Anchor Text คือข้อความที่ใช้บนลิงก์ เช่น

  • Devil Backlink
  • Backlink คืออะไร
  • อ่านเพิ่มเติม
  • devilbacklink.com
  • รับทำ Backlink

สามารถศึกษาเพิ่มเติมจาก Anchor Text คืออะไร

ช่วยดูว่าเว็บไซต์ได้รับ Referring Pages หรือ Referring Domains ใหม่จากที่ไหน

ลิงก์สามารถหายได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • Publisher ลบบทความ
  • URL เปลี่ยน
  • หน้า Redirect
  • เว็บไซต์ปิด
  • ลิงก์ถูกถอดออก

วิเคราะห์คู่แข่ง

Backlink Analysis สามารถใช้ประกอบ Competitive Research เพื่อหาแหล่งลิงก์ที่เว็บไซต์ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้รับ

Ahrefs เป็นหนึ่งในเครื่องมือ SEO ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการวิเคราะห์ Backlink

สามารถตรวจสอบข้อมูล เช่น

  • Referring Domains
  • Referring Pages
  • Anchor Text
  • New Backlinks
  • Lost Backlinks
  • Dofollow / Nofollow
  • Top linked pages
  • DR
  • UR

Ahrefs ยังมี Free Backlink Checker สำหรับตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ส่วนข้อมูลระดับลึกต้องใช้แพ็กเกจของ Ahrefs

Ahrefs เหมาะกับใคร?

เหมาะกับ

  • SEO Specialist
  • Agency
  • เจ้าของเว็บไซต์
  • ผู้ทำ Competitor Research
  • ผู้ทำ Link Building

หากต้องการศึกษาแพลตฟอร์มเพิ่มเติม อ่านได้ที่ Ahrefs คืออะไร

เว็บไซต์ทางการ:

https://ahrefs.com/backlink-checker

Semrush เป็น SEO Platform ที่มีทั้ง Keyword Research, Competitor Research, Site Audit และ Backlink Analytics

ข้อมูลที่สามารถใช้วิเคราะห์ได้ เช่น

  • Backlinks
  • Referring Domains
  • Anchors
  • Referring IPs
  • Indexed Pages
  • New/Lost Links
  • Authority Score

จุดเด่นของ Semrush

เหมาะกับผู้ที่ต้องการวิเคราะห์หลายส่วนของ SEO อยู่ในระบบเดียวกัน

ตัวอย่าง Workflow:

Competitor Research
→ Keyword Research
→ Backlink Analysis
→ Site Audit
→ Position Tracking

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Semrush คืออะไร

เว็บไซต์ทางการ:

https://www.semrush.com/analytics/backlinks/

Moz Link Explorer เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ Link Profile ของ Moz

จุดเด่นที่คนทำ SEO รู้จักคือ Metric อย่าง

  • Domain Authority หรือ DA
  • Page Authority หรือ PA

นอกจากนี้ยังใช้ดู

  • Linking Domains
  • Inbound Links
  • Anchor Text
  • Top Pages

ต้องระวังเรื่อง DA

DA เป็น Metric ของ Moz

ไม่ใช่คะแนน Domain ที่ Google เปิดเผยว่าใช้จัดอันดับ

ดังนั้นไม่ควรสรุปว่า

DA 80 = Backlink คุณภาพสูงเสมอ

ควรดูเนื้อหา Relevance, Traffic, Outbound Links และ Link Profile ร่วมด้วย

เว็บไซต์ทางการ:

https://moz.com/link-explorer

4. Ubersuggest

Ubersuggest เป็นเครื่องมือ SEO จาก Neil Patel Digital

มีฟีเจอร์หลายด้าน เช่น

  • Keyword Research
  • Traffic Analysis
  • Competitor Analysis
  • Backlinks

เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการดูข้อมูล SEO หลายด้านโดยไม่ต้องเริ่มจากระบบที่ซับซ้อนมาก

ข้อมูล Backlink สามารถใช้ดู

  • Backlinks
  • Referring Domains
  • Domain Metrics
  • Backlink Opportunities

เว็บไซต์:

https://app.neilpatel.com/

Small SEO Tools มีเครื่องมือ SEO ออนไลน์จำนวนมาก รวมถึง Backlink Checker

เหมาะกับผู้ที่ต้องการตรวจสอบเบื้องต้นโดยไม่ต้องเริ่มจากแพลตฟอร์ม SEO ขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากต้องทำ SEO จริงจัง ไม่ควรใช้ข้อมูลจากเครื่องมือนี้เพียงแหล่งเดียว

เว็บไซต์:

https://smallseotools.com/backlink-checker

RankWatch เป็นแพลตฟอร์ม SEO ที่มีทั้ง Rank Tracking และ Backlink Analysis

สามารถนำมาใช้

  • ตรวจ Backlink
  • วิเคราะห์ Referring Domains
  • ตรวจ Link Profile
  • วิเคราะห์คู่แข่ง
  • ติดตาม SEO Performance

เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูล Backlink ร่วมกับข้อมูลอันดับ

เว็บไซต์:

https://www.rankwatch.com/backlinks/

7. Google Search Console

อีกเครื่องมือหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ Google Search Console

สำหรับเว็บไซต์ที่คุณยืนยัน Ownership แล้ว สามารถดูรายงาน Links ได้ฟรี

Google Search Console แสดงข้อมูล เช่น

Top linked pages

หน้าในเว็บไซต์ที่ได้รับ External Links

Top linking sites

เว็บไซต์ที่เชื่อมลิงก์มาหาเรา

Top linking text

ข้อความ Anchor Text ที่ Google Search Console แสดง

ข้อดีคือข้อมูลมาจาก Google โดยตรงสำหรับ Property ของเรา

แต่ Search Console ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็น Competitor Backlink Database ดังนั้นไม่สามารถใช้ใส่ Domain คู่แข่งแล้วดู Link Profile แบบ Ahrefs หรือ Semrush ได้

อ่านวิธีใช้งานเพิ่มเติมได้จาก Google Search Console คืออะไร

เครื่องมือเหมาะกับจุดเด่นรูปแบบ
AhrefsSEO / Link BuildingBacklink และ Competitor Analysisฟรีแบบจำกัด + เสียเงิน
SemrushSEO แบบครบวงจรBacklink + Keyword + Competitorจำกัด + เสียเงิน
MozLink AnalysisDA, PA และ Link Explorerจำกัด + เสียเงิน
Ubersuggestมือใหม่ / SMEใช้งานง่ายจำกัด + เสียเงิน
Small SEO Toolsตรวจเบื้องต้นเข้าใช้งานง่ายมีเครื่องมือฟรี
RankWatchSEO MonitoringRank + Backlinkตามแพ็กเกจ
Google Search Consoleเว็บไซต์ตัวเองExternal Link Data ของ Propertyฟรี

ควรตรวจราคาและข้อจำกัดล่าสุดจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการแต่ละราย เพราะแพ็กเกจและ Feature สามารถเปลี่ยนได้

เพราะแต่ละบริษัทมีระบบ Crawler และฐานข้อมูลของตัวเอง

ความแตกต่างสามารถเกิดจาก

  • ความถี่ในการ Crawl
  • จำนวนหน้าใน Index
  • การค้นพบ URL ใหม่
  • การจัดการ Canonical
  • Redirect
  • Duplicate Pages
  • วิธีนับ Backlinks
  • วิธีนับ Referring Domains
  • ช่วงเวลาที่ Update Data

ดังนั้นตัวเลขต่างกันไม่ได้หมายความว่าเครื่องมือใดผิดโดยอัตโนมัติ

ขั้นตอนที่ 1 ใส่ Domain หรือ URL

ขึ้นอยู่กับว่าต้องการตรวจทั้งเว็บไซต์หรือหน้าเดียว

ตัวอย่าง:

ตรวจทั้ง Domain:

devilbacklink.com

ตรวจเฉพาะหน้า:

devilbacklink.com/backlink/

ขั้นตอนที่ 2 ดู Referring Domains

เริ่มจากจำนวนเว็บไซต์ที่ลิงก์เข้ามา

จากนั้นจึงตรวจ Backlink รายหน้า

ขั้นตอนที่ 3 ดู Domain ต้นทาง

ตรวจว่าเป็น

  • เว็บไซต์จริงหรือไม่
  • เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่
  • มี Content Quality หรือไม่
  • มี Traffic หรือ Organic Visibility หรือไม่

ขั้นตอนที่ 4 เปิด Referring Page จริง

อย่าเชื่อ Metric จาก Dashboard เพียงอย่างเดียว

เปิดหน้าเว็บแล้วดู

  • เนื้อหา
  • Anchor
  • Link Placement
  • Outbound Links
  • บริบท

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจ Anchor Text

ดูว่ามี Brand, URL, Generic และ Keyword Anchor อย่างไร

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจ Target URL

ดูว่า Backlink ส่วนใหญ่ชี้ไป

  • Homepage
  • Blog
  • Product
  • Service Page
  • Resource

หรือกระจายอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่

การตรวจ Backlink คู่แข่งเป็นหนึ่งในวิธีหา Link Opportunity ที่มีประโยชน์

1. เลือกคู่แข่งจริง

ไม่ใช่เลือกเพียงบริษัทที่ขายสินค้าเหมือนกัน

ควรดูว่าใครแข่งขันใน Google สำหรับ Keyword เดียวกันด้วย

ดู Referring Domains และ Top Pages

3. หา Domain ที่คู่แข่งหลายรายได้รับลิงก์

หากเว็บไซต์ A, B และ C ในอุตสาหกรรมเดียวกันได้รับลิงก์จาก Publisher เดียวกัน แสดงว่าอาจมี Opportunity ที่ควรศึกษา

4. ตรวจบริบท

ดูว่าคู่แข่งได้ลิงก์จาก

  • Guest Post
  • Directory
  • Partnership
  • News
  • Review
  • Resource Page
  • Association
  • Sponsorship
  • Citation

เพียงเพราะคู่แข่งมีลิงก์ไม่ได้แปลว่าเราต้องมีตาม

ต้องประเมินคุณภาพก่อนเสมอ

Backlink Checker ช่วยค้นหาลิงก์ แต่ เครื่องมือไม่ได้ตัดสินคุณภาพแทนเราได้ทั้งหมด

ควรดูองค์ประกอบร่วมกัน ได้แก่

ความเกี่ยวข้อง

เว็บไซต์และบทความต้นทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่

Content Quality

บทความมีข้อมูลจริงหรือถูกสร้างเพื่อวางลิงก์

Organic Visibility

เว็บไซต์มี Keyword และผู้ใช้งานจริงหรือไม่

เว็บลิงก์ออกไปหาเว็บประเภทใด

Anchor Text

Anchor เป็นธรรมชาติหรือยัด Keyword

Domain History

Domain เคยเป็นเว็บไซต์ประเภทใด

อยู่ใน Context ที่มีเหตุผลหรือไม่

อ่าน Checklist แบบละเอียดได้จาก Backlink คุณภาพคืออะไร

DA, DR และ Authority Score ต่างกันอย่างไร?

เครื่องมือแต่ละรายสร้าง Metric ของตัวเอง

DR

Domain Rating ของ Ahrefs

DA

Domain Authority ของ Moz

Authority Score

Metric ของ Semrush

คะแนนเหล่านี้สามารถใช้เปรียบเทียบ Domain ภายในระบบของเครื่องมือนั้นได้

แต่ไม่ควรตีความว่าเป็น Google Ranking Score

ตัวอย่าง:

เว็บไซต์ DR 70

ไม่ได้แปลว่า Backlink จากเว็บนี้ดีกว่าเว็บไซต์ DR 40 ในทุกกรณี

เว็บไซต์ DR 40 ที่อยู่ใน Niche ตรง มีผู้ใช้งานจริง และมี Context ที่ดี อาจมีคุณค่ามากกว่า

เครื่องมือ SEO บางรายมีระบบประเมิน Toxicity หรือ Spam

Metric เหล่านี้สามารถใช้เป็น ตัวกรองสำหรับตรวจเพิ่มเติม

แต่ไม่ควรทำแบบนี้:

Tool บอก Toxic → Disavow ทันที

เพราะเครื่องมือภายนอกไม่ใช่ระบบของ Google

ควรเปิด Referring Page และตรวจด้วยตัวเองก่อน

ตัวอย่างเช่น

  • เว็บไซต์ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  • Exact Match Anchor จำนวนมาก
  • เว็บมีหลายอุตสาหกรรมแบบไร้ทิศทาง
  • Backlink เพิ่มขึ้นผิดปกติ
  • Comment Spam
  • Forum Spam
  • Directory คุณภาพต่ำ
  • Auto-generated Links
  • Sitewide Keyword Link
  • เว็บไซต์ที่สร้างมาเพื่อขาย Sponsored Post เป็นหลัก

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Backlink ไม่ดีแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยง

ไม่ควรรีบ Disavow เพียงเพราะเครื่องมือภายนอกแจ้ง Spam หรือ Toxic

Google ระบุว่า Disavow Links Tool เป็นฟีเจอร์ขั้นสูง และการใช้อย่างไม่ถูกต้องสามารถส่งผลต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้

โดยทั่วไปควรพิจารณา Disavow เมื่อมีเหตุผลชัดเจน เช่น มีลิงก์จำนวนมากที่สร้างขึ้นโดยเจตนาเพื่อ Manipulate Ranking และมีความเสี่ยงหรือปัญหาจาก Unnatural Links

การ Export Toxic Links จากเครื่องมือแล้ว Disavow ทั้งหมดอัตโนมัติจึงไม่ใช่แนวทางที่ควรทำ

สามารถเริ่มจาก Competitor Gap Analysis

สมมติคู่แข่ง 3 รายได้รับ Backlink จาก

  • เว็บไซต์ธุรกิจ A
  • Publisher B
  • Association C

แต่เว็บไซต์ของเรายังไม่มี

ให้ตรวจว่าแต่ละแหล่งได้ลิงก์ด้วยวิธีใด

อาจเกิดจาก

  • Guest Posting
  • Resource Page
  • Partnership
  • Interview
  • Research
  • News Coverage
  • Directory เฉพาะทาง

จากนั้นวางแผน Outreach ที่เหมาะสม

สามารถศึกษาแนวทางต่อได้จาก วิธีสร้าง Backlink คุณภาพ และ Guest Posting คืออะไร

ก่อนซื้อ Backlink สามารถใส่ Domain ของ Publisher ลงใน Ahrefs หรือ Semrush แล้วตรวจ

  • DR / Authority Metric
  • Organic Traffic
  • Organic Keywords
  • Referring Domains
  • Anchor Profile
  • Top Pages
  • Outbound Linking Pattern
  • Traffic Trend

จากนั้นต้องเข้าไปดูเว็บไซต์จริงอีกครั้ง

ไม่ควรซื้อจากตารางที่ระบุเพียง

DR 70 / Traffic 50K / ราคา 3,000 บาท

เพราะยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินคุณภาพ

หากกำลังตัดสินใจซื้อ สามารถอ่าน ซื้อ Backlink ดีไหม ก่อน


ได้ Google Search Console ให้ข้อมูล External Links สำหรับเว็บไซต์ที่ยืนยันสิทธิ์ และเครื่องมือ SEO หลายแห่งมีข้อมูลหรือเครื่องมือแบบจำกัดให้ใช้ฟรี

ไม่มีเครื่องมือเดียวที่เหมาะกับทุกงาน Ahrefs และ Semrush เหมาะกับงานวิเคราะห์เชิงลึก ขณะที่ Search Console เหมาะกับการตรวจข้อมูลของเว็บไซต์ตัวเอง

Ahrefs มี Free Backlink Checker สำหรับข้อมูลเบื้องต้น แต่ข้อมูลเชิงลึกและฟีเจอร์จำนวนมากอยู่ในบริการแบบชำระเงิน

บางเครื่องมืออนุญาตให้ตรวจข้อมูลบางส่วนโดยไม่เสียเงิน แต่จำนวนข้อมูลและฟีเจอร์จะถูกจำกัด

ไม่ควรคาดหวังว่ารายงานจะเป็นรายชื่อ Backlink ทุกลิงก์ที่ Google รู้จัก รายงาน Links มีไว้ช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าใจลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับ Property

จำนวนเยอะไม่ได้หมายถึงดีเสมอ ควรดู Referring Domains, Relevance, Content Quality และบริบทของลิงก์

ไม่เสมอ DR เป็น Metric ของ Ahrefs และไม่ใช่คะแนนของ Google

เป็น Backlink เช่นกัน เพียงมี Link Attribute แตกต่างจากลิงก์ปกติ และยังสามารถสร้าง Referral Traffic หรือ Brand Exposure ได้

ขึ้นอยู่กับขนาดเว็บไซต์ เว็บไซต์ทั่วไปอาจตรวจเป็นรายเดือน ส่วนเว็บไซต์ที่กำลังทำ Link Building หรือ Outreach อาจติดตามบ่อยขึ้น

สรุป

เครื่องมือเช็ค Backlink ช่วยให้เราเข้าใจว่าเว็บไซต์ได้รับลิงก์จากที่ไหน เว็บไซต์ใดกล่าวถึงเรา หน้าใดได้รับ Backlink มาก และคู่แข่งสร้าง Link Profile อย่างไร

เครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ ได้แก่

  1. Ahrefs Backlink Checker
  2. Semrush Backlink Analytics
  3. Moz Link Explorer
  4. Ubersuggest
  5. Small SEO Tools
  6. RankWatch
  7. Google Search Console

แต่หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่เลือกเครื่องมือที่มีตัวเลขมากที่สุด

ควรใช้ข้อมูลจาก Backlink Checker เพื่อค้นหา Referring Domains และ Referring Pages ที่ควรตรวจต่อ แล้วเปิดเว็บไซต์จริงเพื่อวิเคราะห์

  • Relevance
  • Content
  • Traffic
  • Anchor Text
  • Outbound Links
  • Link Placement
  • Domain History

หากกำลังวางแผน Link Building สามารถศึกษาต่อจาก Backlink คุณภาพคืออะไร และ วิธีสร้าง Backlink คุณภาพ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ทีมช่วยตรวจ Link Profile, คัดเลือกเว็บไซต์ และวางแผน Link Building สามารถดูรายละเอียด บริการรับทำ Backlink ของ Devil Backlink ได้

แหล่งอ้างอิง

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจบริการด้านการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ WordPress, SEO, Backlink, Google Maps SEO, Local SEO เราพร้อมให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ป้ายกำกับ:Devil Backlink

บทความ ที่เกี่ยวข้อง

7908-website-vs-web-application (Horizontal)
เว็บไซต์และเว็บแอป ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนเหมาะก...
หลายคนใช้คำว่า “เว็บไซต์” และ “เว็บแอป” สลับกัน เพราะทั้งสองอย่างสามารถเปิดใช้งา...
7909-website-cost (Horizontal)
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่? สรุปค่าทำเว็บไซต์และปัจจัยที...
เว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ เป็นหนึ่งในคำถามแรกของเจ้าของธุรกิจที่กำลังวางแผนสร้างเว็บไ...
7911-business-website-must-have (Horizontal)
เว็บไซต์ธุรกิจควรมีอะไรบ้าง? 15 องค์ประกอบสำคัญที่...
เว็บไซต์ธุรกิจไม่ควรมีหน้าที่เพียงแค่ “บอกว่าบริษัทมีตัวตน” แต่ควรช่วยให้ผู้ใช้ง...
7912-build-website-yourself-vs-hire (Horizontal)
ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี ข้...
การเริ่มทำเว็บไซต์มีคำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจเกือบทุกคนต้องเจอ คือ “ควรทำเว็บไซ...
7919-how-long-to-build-website (Horizontal)
ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน? ระยะเวลาทำเว็บขึ้นอยู่...
คำถามว่า “ทำเว็บไซต์ใช้เวลานานแค่ไหน?” ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะระยะเวลาขึ้นอยู่กับ...
7915-prepare-before-hiring-web-developer (Horizontal)
จ้างทำเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง? Checklist ก่อนคุ...
การจ้างทำเว็บไซต์ไม่ควรเริ่มจากการส่งเพียงชื่อบริษัทและบอกว่า “อยากได้เว็บสวย ๆ”...
7914-free-website-creation-step-by-step (Horizontal)
วิธีสร้างเว็บไซต์ฟรี ทำเองได้จริง (Step-by-Step) ส...
การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการเขียน Code หรือเสียค่าใช้จ...
7913-what-you-need-to-build-website (Horizontal)
สร้างเว็บไซต์ต้องมีอะไรบ้าง? Checklist ก่อนเริ่มทำ...
การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงการซื้อโดเมน เลือกเทมเพลต แล้วนำข้อม...
7943-website-structure-seo (Horizontal)
โครงสร้างเว็บไซต์คืออะไร? วิธีวาง Website Structur...
โครงสร้างเว็บไซต์ หรือ Website Structure คือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการสร้างเว็บไซ...
พร้อมที่จะเริ่มต้นหรือยัง?